เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทรัมป์" จุดประกายสงครามการค้า "สหรัฐฯ-จีน"

31 พ.ค. 2561 | Ekkapon

"ทรัมป์" จุดประกายสงครามการค้า "สหรัฐฯ-จีน"

ทรัมป์จุดประกายสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ออกโรงย้ำเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นสุดท้ายในการออกมาตรการทางการค้าต่อจีน โดยคาดจะพุ่งเป้าไปที่รายการสินค้าในยุทธศาสตร์ Made In China 2025 เป็นมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ทำเนียบขาวออกข่าวการเจรจาการค้ากับจีนรอบที่ 3 จะมีขึ้นที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์หน้า ซึ่งครั้งนี้วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งปลายสัปดาห์นี้เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทกาาค้ารอบใหม่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันหาวิธีการลดความไม่สมดุลการค้าที่จีนได้เปรียบสหรัฐ 


ขณะที่จีนเตือนถ้าหากมีการเปิดสงครามการค้าจริง ก็ได้เตรียมพร้อมมาตรการตอบโต้การค้าสหรัฐ โดยจะใช้มาตรการที่เป็นจุดยืนยึดความเสมอภาคการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกันกับสินค้าจากสหรัฐที่เป็นเครื่องบิน Aircraft ถั้วหลือง และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์


1.   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดประกายสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ออกโรงย้ำเมื่อวันอังคารที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า สหรัฐอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นสุดท้ายในการออกมาตรการทางการค้าต่อจีน โดยเป็นที่การขั้นสุดท้ายดังกล่าวคือการเดินหน้าบังคับใช้มาตรการขึ้นนำเข้าสินค้าจากจีน ที่พุ่งเป้าไปที่รายการสินค้าในยุทธศาสตร์ Made In China 2025 เป็นมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ 


หลังจากที่สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ออกแถลงภายหลังการเจรจาการค้าสหรัฐและจีนรอบ 2 ที่มีขึ้นในกรุงวอชิงตันว่า เรื่องที่จะประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน เพื่อตอบโต้กันจะมีการระงับออกไปก่อน 


2. ขณะที่ทำเนียบขาวออกข่าวการเจรจาการค้ากับจีนรอบที่ 3 จะมีขึ้นที่กรุงปักกิ่งวนสัปดาห์หน้า ซึ่งครั้งนี้วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งปลายสัปดาห์นี้เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทกาาค้ารอบใหม่ หลังจากการเจรจารอบ 2 ในกรุงวอชิงตันเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันหาวิธีการลดความไม่สมดุลการค้าที่จีนได้เปรียบสหรัฐ จากปีที่แล้วซึ่งจีนยังคงได้เปรียบดุลการค้าถึง 375,000 ล้านดอลลาร์


ทำเนียบขาวแถลงอีกว่า สำหรับมาตรการลงโทษคว่ำบาตรทางการค้าที่สหรัฐประกาศเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมนั้น จะยังคงเดินหน้า หลังจากmuj ZTE บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมใหญ่อันดับ 2 ของจีนถูกมาตรการคว้ำบาตร ห้ามซื้อชิ้นส่วนเทคโนโลยีจากบริษัทของสหรัฐเป็นเวลานาน 7 ปี


ทั้งนี้ การประกาศบัญชีรายการสินค้าจีนขั้นสุดท้ายที่จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นนี้ จะมีขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน และจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นไม่นาน โดยที่หนึ่งมาตรการเหล่านี้ ก็คือการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในอัตรา 25% ที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทางด้านเทคโนโลยีที่มีมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์


3. ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทางการสหรัฐจะประกาศกฎเกณฑ์เกี่ยวกับข้อจำกัดการลงทุนจากจีนที่จะเข้ามาในสหรัฐ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสินค้าสหรัฐที่จะส่งออกไปยังจีนนั้น ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าจะประกาศรายละเอียดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เว้นแต่ว่าทางการปักกิ่งได้ตกลงจัดการปัญหาที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ


นอกจากนี้ ทีมงานบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ยังมีแผนลดระยะเวลาของวีซ่าที่ออกให้พลเมืองจีนบางกลุ่มเข้ามาพำนักในสหรัฐ เพื่อป้องกันการลักขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจหมายรวมถึงการจำกัดวีซ่าสำหรับนักศึกษาทางด้านสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4. ทางด้านรัฐบาลปักกิ่งนั้น ออกมาเตือนถ้าหากมีการเปิดสงครามการค้าจริง ได้เตรียมพร้อมมาตรการตอบโต้การค้าสหรัฐ โดยจะใช้มาตรการที่เป็นจุดยืนยึดความเสมอภาคการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกันกับสินค้าจากสหรัฐที่เป็นเครื่องบิน Aircraft ถั้วหลือง และชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์


โดยก่อนหน้านี้จีนเคยออกคำเตือนว่า จะตอบโต้การค้าต่อสหรัฐด้วยมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจากอเมริกาในมูลค่าเท่ากัน


5. ส่วนคณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเตรียมแผนจะเรียกภาษีนำเข้าเหล็ก 20% และอลูมิเนียม 10% จากสหภาพยุโรป (EU) โดยคาดว่าจะมีการประกาศมาตรการดังกล่าวในวันพฤหัสฯ นี้ หลังจากที่สหรัฐให้การผ่อนปรนมาเป็นเวลา 1 เดือน โดยที่วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า EU ควรต้องเจรจากับสหรัฐต่อไป แม้การเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจะถูกนำมาบังคับใช้ในสัปดาห์นี้ก็ตาม


ทางด้านกรรมาธิการการค้าของ EU ได้เรียกร้องให้สหรัฐยกเว้นการเก็บภาษีนำเหล็กและอลูมิเนียมจากประเทศสมาชิก EU เป็นการถาวร เพื่อเป็นเงื่อนไขสำหรับการเจรจาการค้าในอนาคต


อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของสหรัฐในเรื่องนี้ ถูกมองว่าอาจนำไปสู่การตอบโต้ของ EU ซึ่งได้ออกมาขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ในส่วนที่เป็นรถจักรยานยนต์ กางเกงยีนส์ และสุรา

ข่าวล่าสุด