เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ราชการและศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยเกือบ 1,000 คน นำโดย นายมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา เดินทางมารวมกันที่ห้องประชุมปางสีดา เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้มีการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้ว พร้อมกับ 4 สมาคมสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ ขอให้ทางจังหวัดช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับราคาอ้อยที่ตกต่ำและแก้ไขหลักเกณฑ์ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานน้ำตาลรายใหม่ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเสนอรัฐบาลในการหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย ก่อนจะมีการเปิดหีบอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2562
โดยนายมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา ระบุว่า รัฐบาลส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยแทนนาข้าว จนมีปริมาณอ้อยสดเหลือค้างไร่ในปีนี้กว่า 60,000 ตัน จึงอยากให้มีการอนุมัติสร้างโรงงานเพิ่มอีก 2 โรงงาน พร้อมทั้งเรียกร้องให้แก้ปัญหาการจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกที่ 3.80 เมตร, การอนุโลมและช่วยเจรจาแก้ปัญหาการนำเข้าแรงงานตัดอ้อยชาวกัมพูชาที่ขาดแคลนในปัจจุบัน ซึ่งในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมบอร์ดอนุกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น จะได้มีการพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ซึ่งปีการผลิตอ้อย 61/62 คาดว่า ราคาอ้อยจะลดต่ำลงจากที่เกษตรกรได้รับตันละ 880 บาท เหลือเพียง 714 บาท หากไม่มีการดูแลชาวไร่อ้อยต้องล่มสลายแน่นอน
"อยากฝากเรียนผู้ว่าฯ ส่งไปถึงรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วย โดยเฉพาะขณะนี้มีประเด็นการแก้ไข พรบ.อ้อยและน้ำตาล ของ สนช.ที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุน ทำให้องค์กรชาวไร่อ้อยอ่อนแอ ซึ่งเราชาวไร่อ้อยรับไม่ได้แน่นอน เพราะการทำประชามติชาวไร่ที่ผ่านมาไม่เอาร่างที่ สนช.แก้ไข จึงร่วมกันทำร่างใหม่เพื่อยื่นเสนอต่อสภาพิจารณา หาก สนช.มีการยื่นเข้าไปชาวไร่อ้อยต้องลุกฮือแน่นอน เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมอ้อยล้มสลาย ทั้งนี้ ปัญหาการฟ้องร้องระหว่างชาวไร่อ้อยกับกระทรวงอุตสาหกรรมยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อสู้คดีในศาลปกครองสูงสุด รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาที่สาเหตุเบื้องต้น ไม่ใช่ไปปรับเปลี่ยนส่งเสริมจนอ้อยมากเกินไป และปัญหาอ้อยกลับมาเป็นปัญหาเหมือน 10 ปีที่ผ่านมาในปัจจุบัน" นายมนตรีกล่าว
นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ได้เข้ามารับหนังสือและกล่าวว่า ยินดีที่จะรับแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้ว ที่อยู่ในอำนาจทุกเรื่องโดยทันที ซึ่งจังหวัดสระแก้วได้แก้ปัญหาด้านเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้วมาโดยตลอด และจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากส่วนใดที่สามารถแก้ไขในระดับจังหวัดได้จะส่งเรื่องดำเนินการเลย แต่หากส่วนที่เกี่ยวข้องกับส่วนกลาง ก็จะส่งต่อให้รัฐบาลและส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
ทางด้าน นางสายเพลิน ปัญญาไว อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ 9 ต.วังทอง อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกว่า 1,800 ไร่ ในพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น และคลองหาด ซึ่งลงทุนไปกว่า 12 ล้านบาท ยอมรับว่า ปีนี้ลำบากที่สุด เพราะมีอ้อยที่เหลือไม่สามารถตัดเข้าโรงงานได้ทันถึง 150 ไร่ เนื่องจากปัญหาแรงงานตัดอ้อยไม่เพียงพอ ใช้เงินกว่า 300,000 บาท เพื่อทำบอร์ดเดอร์พาสแรงงานกัมพูชา 69 คน เอามาตัดอ้อยได้เพียง 2 วีคหรือ 1 เดือน ปรากฏว่า แรงงานค่อย ๆ ทยอยหนีกลับประเทศ เราเสียหาย ทุกวันนี้ต้องใช้วิธีไปรับตอนเช้าและเย็นไปส่งที่ชายแดน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ก่อนโรงงานปิดหีบเที่ยงคืนเรายังต้องเร่งขนส่งอ้อยให้เข้าโรงงานให้ทันเวลา ทุกวันนี้ยังมีเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 10 มาใช้เพราะส่งอ้อยเข้าและหมุนไม่ทัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขด้วย หากมีการตั้งโรงงานที่เป็นธรรมรองรับผลผลิตด้วย เกษตรกรก็จะไม่ลำบากและออกมาเรียกร้องแบบนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกษตรกรทั่วประเทศยื่นหนังสือเรียกร้องดังกล่าว ทางโรงงานในพื้นที่ได้ยินยอมที่จะจ่ายเงินชดเชย สำหรับไร่อ้อยที่ยังไม่สามารถตัดอ้อยสดได้ทันเวลา ประมาณ 7,000 ไร่ รวมประมาณ 60,000 ตัน ในจำนวนเงินชดเชยไร่ละ 2,000 บาท พร้อมทั้งหยุดดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ เพื่อให้ไปตัดอ้อยก่อนในปี 2562 จึงชำระหนี้ เช่นเดียวกับโรงงานในหลายพื้นที่ เช่น จ.สุพรรณบุรี จ่ายชดเชยให้เกษตรกรไร่ละ 2,000 บาท, จ.อุทัยธานี จ่ายชดเชยให้ตันละ 400 บาท, จ.อุตรดิตถ์ จ่ายชดเชยตันละ 400 บาท เป็นต้น