เนชั่นทีวี

ข่าว

อีสานใต้ เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้ว 3 ราย

31 พ.ค. 2561 | Ekkapon

อีสานใต้ เสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้ว 3 ราย

พบไข่เลือดออกระบายในพื้นที่อีสานใต้จำนวน 551 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 รายแพทย์เตือนผู้มีโรคประจำตัวมีความเสียงสูง ได้แก่ ภาวะอ้วน เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัน

นายแพทย์ดนัย เจียรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่10จ.อุบลราชธานี (สคร.10)กล่าวว่า หลังพบมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้ติดสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของปีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะคาดจะมีการระบาดมากกว่าปกติ เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนและมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงมีการเปิดศูนย์ใช้ติดตามสถานการณ์และควบคุมการระบาดได้ทันที เมื่อพบมีการระบาดขึ้นในพื้นที่ใด


ซึ่งข้อมูลจากสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค ตั้งแต่1มกราคม ถึงวันที่23พฤษภาคม พ.ศ.2561พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศแล้ว11,704ราย เสียชีวิต16ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ มีโรคประจำตัว ได้แก่ ภาวะอ้วน เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต


สำหรับในพื้นที่เขตสุขภาพที่10ในพื้นที่5จังหวัดอีสานตอนล่าง ตั้งแต่วันที่1มกราคม ถึงวันที่14พฤษภาคมปีนี้ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน551ราย เสียชีวิตแล้ว3ราย โดยเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี อายุระหว่าง8-12ปี แบ่งเป็นชาย2หญิง1คน ส่วนอัตราการป่วยเป็นเพศชายมากกว่าผู้หญิง มีอายุระหว่าง10-14ปี และเป็นผู้เสียชีวิตในเดือนพฤษภาคมถึง2ราย โดยสถิติตั้งแต่วันที่1มกราคม ถึง30เมษายน2561พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกรวม199ราย เสียชีวิต1ราย เป็นข่าวที่นำเสนอไปแล้วเมื่อวันที่3พ.ค.ที่ผ่านมา


จึงขอแนะนำให้ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ ภาวะอ้วน เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยยึดหลัก"3เก็บ ป้องกัน3โรค"คือ1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่


ด้วยวิธีการนี้ จะสามารถป้องกันได้ถึง3โรค คือ1.โรคไข้เลือดออก2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา3.ไข้ปวดข้อยุงลาย หากมีอาการไข้สูงมากโดยฉับพลัน ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับโดยถ้ามีไข้สูง2-3วันไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการรักษาช้า เป็นสาเหตุสำคัญทำให้มีโรคแทรกซ้อนและทำให้เสียชีวิตได้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวล่าสุด