พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บริเวณลานจอดรถซีดีซี ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จะมีหญิงไทยชื่อเล่น น.ส.ฝน (ผิวขาว) สูงประมาณ 160 ซม. อายุประมาณ 35-40 ปี มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 (โคเคอีน) ที่บริเวณภายในลานจอดรถดังกล่าว จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม เมื่อเดินทางไปถึงได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว จากนั้นพบหญิงไทยลักษณะรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้ง มีลักษณะท่าทางมีพิรุธเดินอยู่ที่บริเวณลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจค้นผลการตรวจค้น น.ส.ปองรัก หรือฝน แน่นอุดร พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2(โคเคอีน) ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาตัวที่น.ส.ปองรัก สวมใส่อยู่
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เบื้องต้น น.ส.ปองรัก ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนเองจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงซักถามขยายผล จนทราบว่า โคเคอีนดังกล่าว น.ส.ปองรัก ได้สั่งซื้อมาจาก น.ส.น้ำ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) จึงขยายผลติดต่อสั่งซื้อโคเคอีนจากน.ส.น้ำ จนสามารถจับกุมน.ส.น้ำ หรือนางศตพร โอโดมินัม พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคอีน) น้ำหนักประมาณ 90 กรัม จากนั้นได้ขยายผลการจับกุมไปยังMr.James Chikodi Augustine สัญชาติไนจีเรีย พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคอีน) น้ำหนักประมาณ 540 กรัม
ด้านพล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวจะสั่งยาเสพติดโคเคอีนบริสุทธิ์มานำมาผสมกับชอล์ค ที่ใช้สำหรับเขียนกระดาน เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ยาเสพติด โดยจะนำยาเสพติดที่ผสมเสร็จแล้ว มาอัดเป็นเม็ด ก่อนนำไปขายตามสถานบันเทิง เม็ดละ 3,000 บาท
เบื้องต้นแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคอีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย กับน.ส.ปองรัก ส่วนนางศตพรแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายเจมส์ ชาวไนจีเรียแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคเคอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้การสืบสวนขยายผลทราบว่าในเครือข่ายยาเสพติดของชายชาวต่างชาติผิวดำ สัญชาติไนจีเรีย ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีกหลายราย จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลการจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป