โดยนายพัฒน์พงศ์ ได้กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพี่เชิดกู้ภัยว่ามีดีเจตู่ขอข้อมูลของลูกบ้าน เนื่องจากมีการประสานผ่านทางfacebook จากผู้ใช้ที่ประเทศไต้หวันว่ากำลังตามหาพ่ออยู่ จึงได้ประสาน นายกนกพงศ์ ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นผู้ที่ถูกตามหาอยู่ด้านนายกนกพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 43 ปี โดยเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้อยู่กินกับนางจารุณี แสนก๋า จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ที่ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย และได้แยกทางมาอยู่ที่จังหวัดชุมพรบ้านเกิดตั้งแต่นั้นมา ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้พยายามติดตามถามข่าวก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนตัวเองมาเริ่มประกอบอาชีพเพาะชำไม้สวน อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ขาย พร้อมกับมีครอบครัวใหม่ มีลูกแล้ว 2 คน คนแรกเรียนอยู่ชั้น ป.4 อีกคนอยู่อนุบาล 2
" ผมเลวเองครับ ที่ทิ้งลูกมาทั้งๆที่ยังคลานอยู่เลย ที่ผ่านได้แต่สำนึกผิดแต่ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่แอบเสียใจอยู่คนเดียว พยายามติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ ถ้าย้อนอดีตไปได้ก็จะไม่ให้เหตการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และพอทราบข่าวว่า ลูกพยายามตามหามาโดยตลอดก็ดีใจมาก หากเก็บเงินได้เมื่อไหร่ก็จะเดินทางไปหาลูกทันที ส่วนตอนนี้ที่ทำได้ก็จะรีบทำงานเก็บเงินไปซื้อโทรศัพท์ที่สามารถเชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ เพื่อจะได้วีดีโอคอลกับลูกได้" นายกนกพงศ์ กล่าว
น.ส. ศิริธร(ดีเจตู่) อุชชิน กล่าวว่า ได้มีผู้ใช้ facebookชื่อ ป๋าเค'หัวหอม สนทนาในแชทสอบถามมาว่า รู้จักนายบุญพริ้ง อายุประมาณ 40 ปี เศษ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำวังใหม่หรือไม่ ตอนแรกก็นึกสงสัยอยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยเกรงว่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ แฝงตัวมา เลยพยายามตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และได้ประสานพี่เชิดกู้ภัย จนได้ทราบข้อมูลว่า นายบุญพริ้ง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกนกพงส์ อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.วังใหม่ จึงได้ประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านในเวลาต่อมา