เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ผ่า 3 ประสาน... ปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด

25 พ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ผ่า 3 ประสาน... ปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด

แม้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลจะออกมาปฏิเสธว่า การจับกุมและจับสึกพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดดัง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล เพราะเป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานของตำรวจ และ ปปง.ในคดีทุจริตก็ตาม




แต่ข้อมูลที่หลุดจากปากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ก็ชัดเจนว่าปฏิบัติการหนนี้ไม่ได้ขีดวงเฉพาะกรณีพระผู้ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเงินอุดหนุนวัดเท่านั้นการจับสึกพระดังจากจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาส จากกรณีสงสัยเกี่ยวพันกับการลักลอบขายพระพุทธรูปโบราณล้ำค่า คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ปฏิบัติการหนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทอนวัด


จากการตรวจสอบเชิงลึกของ "ล่าความจริง" พบว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่เห็นสอดคล้องกันกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เปิดปฏิบัติการที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า "ดงขมิ้นใสสะอาด" เพื่อปฏิรูปวงการสงฆ์ให้ดีขึ้น สมกับที่พุทธศาสนิกชนคนไทยเชื่อถือศรัทธา


ปฏิบัติการ "ดงขมิ้นใสสะอาด" มีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นเจ้าภาพ ดำเนินการพร้อมกัน 3 ด้าน คือ


1.ปราบปรามเงินทอนวัด เพื่อตัดเส้นทางผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งบางส่วนถูกใช้สนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองของบางขั้วบางฝ่าย งานนี้รับผิดชอบโดยตำรวจ ปปป. ที่ผ่านมาดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 เฟส สรุปสำนวนให้ ป.ป.ช.ไต่สวนต่อแล้ว ปัจจุบันกำลังดำเนินการเฟส 4 มูลค่าความเสียหายทั้ง 4 เฟส หลายร้อยล้านบาท


2.ขึ้นบัญชีพระ-เณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม งานนี้รับผิดชอบโดยตำรวจกองปราบ และ ปอท. หรือกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อติดตามการแสดงออกของพระและเณรที่ประพฤติไม่เหมาะกับ "สมณสารูป" เช่น ดื่มสุรา ใช้สื่อสังคมออนไลน์แบบเลยเถิด หรือประเภทพระตุ๊ด เณรแต๋ว ไม่เว้นแม้กระทั่ง "พระมาเฟีย" สะสมอาวุธและกำลังคน ล่าสุดมีการขึ้นบัญชีพระ-เณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเอาไว้มากกว่า 100 รูป


3.การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรื้อระบบการปกครองคณะสงฆ์บางส่วน ลดปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวก และจัดระเบียบเงินวัดใหม่ งานส่วนนี้มีการตั้ง "คณะทำงานพิเศษ" ขึ้นมาดำเนินการ

สำหรับการจัดระเบียบเงินวัด มีการศึกษาข้อมูลพบว่า "เงินวัด" หรือที่เรียกว่า "ศาสนสมบัติของวัด" ปัจจุบันมีความทับซ้อนกันระหว่าง "เงินบริจาค" ที่พุทธศาสนิกชนถวายให้วัด กับ "ทรัพย์สินส่วนตัวของพระ" ที่ญาติโยมถวายตรงให้กับพระ โดยไม่ได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าถวายพระ หรือถวายวัด

การตรวจพบบัญชีเงินฝากส่วนตัวกว่า 10 บัญชีของพระดังวัดสระเกศ โดยมีเงินอยู่ในบัญชีมากกว่า 130 ล้าน คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหานี้


การดูแลศาสนสมบัติของวัด พบปัญหาเชิงโครงสร้าง คือการแต่งตั้ง "ไวยาวัจกร" (ไว-ยา-วัด-จะ-กอน) หรือผู้จัดประโยชน์ของวัด เพราะเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ "เจ้าอาวาส" แต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้ขาดการควบคุมตรวจสอบ และไม่มีการถ่วงดุลการทำหน้าที่ของไวยาวัจกร เพราะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง และเจ้าอาวาสสามารถเลือกไวยาวัจกรจากคนที่คุ้นเคยเพียงแค่คนเดียวเข้ามาทำหน้าที่จัดการผลประโยชน์ของวัดทั้งหมดได้

วิธีการจัดการกับปัญหานี้ นอกจากการยกเครื่องระเบียบใหม่ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ดึงภาคประชาชนเข้ามาช่วยสอดส่องดูแล ทั้งเปิดเผยบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด รวมถึงเงินบริจาคทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างเครือข่ายตาสับปะรด ตรวจสอบเงินวัดอีกชั้นหนึ่ง


นี่คือเป้าหมาย "ยกสอง" ของปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด ที่ต้องใช้พลังจากพุทธศาสนิกชนเข้าไปชำระล้างวงการสงฆ์ให้โปร่งใส สมกับที่ประชาชนคนไทยเชื่อถือศรัทธา

ข่าวล่าสุด