เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) คณาจารย์บุกจี้ รมว.ศึกษาฯ สางปัญหาธรรมาภิบาล

23 พ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) คณาจารย์บุกจี้ รมว.ศึกษาฯ สางปัญหาธรรมาภิบาล

จากความเคลื่อนไหวทางการเมือง ข้ามไปแวดวงการศึกษากันบ้าง เป็นประเด็น "ล่าความจริง" เกาะติดอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในรั้วอุดมศึกษา ซึ่งแม้รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังถึงขั้นออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ให้ยึดอำนาจการบริหารมหาวิทยาลัยที่ไร้ธรรมาภิบาลได้ แต่ผ่านร่วม 2 ปี ปัญหานี้ก็ยังอืดเป็นเรือเกลือ เพราะเจอฤทธิ์ "สภาเกาหลัง" ล่าสุดจึงมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคณาจารย์ที่รวมตัวกันภายใต้ชื่อ "กลุ่มขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ" เข้าเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทวงถามการแก้ไขปัญหานี้ รวมทั้งความพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ทำให้ปัญหาธรรมาภิบาลไม่ถูกแก้ไข

อาจารย์จอห์นนพดล วศินสุนทร อดีตกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในฐานะตัวแทนกลุ่มขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ พร้อมคณาจารย์กว่า 10 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง คุณหมอธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โดยเฉพาะการละเว้นหรือไม่จริงจังในการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 ที่ให้อำนาจกระทรวงศึกษาธิการสามารถแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการที่เข้าข่ายการทุจริต ไม่โปร่งใสของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาได้ ทั้งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ หรือส่งคณะบุคคลเข้าไปบริหารมหาวิทยาลัยแทน แต่กลับไม่มีการดำเนินการ แม้คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. จะเสนอให้ใช้อำนาจนี้กับหลายมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม


การเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีศึกษาฯ ปรากฏว่า คุณหมอธีระเกียรติ ไม่ได้ออกมาพบปะกับกลุ่มคณาจารย์ด้วยตัวเอง แค่ส่งตัวแทนมารับหนังสือเท่านั้น แต่กลุ่มคณาจารย์ก็ไม่ท้อ จะยังคงเดินหน้ากดดันให้แก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลต่อไป

อาจารย์จอห์นนพดล บอกว่า ที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนหลายกรณี จากหลายมหาวิทยาลัย ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าครบองค์ประกอบในการชี้มูลความผิด แต่รัฐมนตรีกลับไม่ดำเนินการไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช. พวกตนจึงได้มายื่นหนังสือเพื่อทวงถามว่า หลายกรณีที่ กกอ.ไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว และมีความเห็นชี้มูลความผิดกับอธิการบดีแล้ว พร้อมเสนอให้ใช้มาตรา 44 "สั่งให้อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง" แต่ทำไมรัฐมนตรีศึกษาฯ จึงไม่ใช้อำนาจนั้นจัดการปัญหาเสียที แต่กลับโยนเรื่องให้สภามหาวิทยาลัยไปแก้ไขปัญหากันเอง ทั้งๆ ที่ก็รู้กันดีอยู่ว่า หลายๆ สถาบัน สภามหาวิทยาลัยกับผู้บริหารเป็นพวกเดียวกัน จนเกิดภาวะ "สภาเกาหลัง" ไม่ได้ตรวจสอบถ่วงดุลกัน มีแต่อวย เอื้อประโยชน์ และช่วยเหลือกัน


ที่สำคัญเมื่อ กกอ.ส่งข้อมูลการไต่สวน รวมทั้งข้อมูลของผู้ร้องและพยานไปให้สภามหาวิทยาลัย ก็จะทำให้ทางผู้บริหารรู้ว่าอาจารย์คนไหนเป็นผู้ร้อง เป็นพยาน ก็จะถูกข่มขู่ กลั่นแกล้งอย่างหนัก เรื่องนี้อยากถามว่าทางกระทรวงฯจะรับผิดชอบอย่างไร โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชื่อดังในภาคเหนือที่ กกอ.มติให้รัฐมนตรีศึกษาฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินการ


จากปัญหาที่คณาจารย์ออกมาร้องเรียน เราอธิบายเป็นแผนภาพได้แบบนี้ จะได้เข้าใจง่ายๆ คือ เวลามีข้อกล่าวหาผู้บริหารมหาวิทยาลัยทำงานไม่โปร่งใส ส่อทุริต กลไกปกติคือร้องเรียนไปยังสภามหาวิทยาลัย แต่ปรากฏว่าสภามหาวิทยาลัยเป็นพวกเดียวกันกับผู้บริหาร ก็เลยมีสภาพเป็น "สภาเกาหลัง" ไม่ยอมตรวจสอบถ่วงดุลกัน คณาจารย์ก็เลยต้องร้องไปยังองค์กรตรวจสอบภายนอก เช่น ป.ป.ช. สตง. รวมถึง กกอ. หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทีนี้ระบบเดิม เวลาไต่สวนเสร็จ กกอ.ก็จะส่งเรื่องกลับไปให้สภามหาวิทยาลัยดำเนินการ แต่ก็รู้กันว่าสภามหาวิทยาลัยเป็น "สภาเกาหลัง" แถมยังกลั่นแกล้งคณาจารย์ที่ร้องเรียน คสช.เขาถึงออกคำสั่งตามมาตรา 44 มาตัดวงจรตรงนี้ คือให้รัฐมนตรีศึกษาฯมีอำนาจสั่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยยุติการปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ตามข้อเสนอของ กกอ. แต่พอมีอำนาจพิเศษ กลับไม่ทำ ดันไปทำแบบปกติ คำถามก็คือ มันก็กลับเข้าสู่วงจรสภาเกาหลังแบบเดิม แล้วแบบนี้จะมีคำสั่งตามมาตรา 44 ไปทำไม

เรามีตัวอย่าง เช่น มหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือ ผู้บริหารถูกกล่าวหาใช้รถของทางราชการ ทั้งๆ ที่เบิกเงินค่าเดินทางแบบเหมาจ่ายไปแล้วเดือนละ 3 หมื่นกว่าบาท กกอ.สอบแล้วพบว่ามีมูล เสนอให้รัฐมนตรีศึกษาฯใช้ ม.44 แต่ก็ไม่ยอมใช้ วันนี้เรื่องก็ยังค้างเติ่งอยู่ที่เดิม


หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏอีกแห่งทางภาคเหนือ ผู้บริหารและอาจารย์พากันไปทัวร์ยุโรปโรแมนติก ประเภท "ฉี่ ช็อป แชะ" ใช้งบถึง 6 ล้านบาท อ้างว่าไปศึกษาดูงาน แต่ สตง.สอบแล้วพบว่าไม่ได้ไปดูงานจริง ก็สั่งให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย แต่สภามหาวิทยาลัยก็ไม่ทำอะไร ทั้งๆ ที่ สตง.ชี้มูลมาร่วมปีแล้ว

สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 ที่กลุ่มคณาจารย์พูดถึง คือฉบับนี้ คุณผู้ชมดูที่หน้าจอได้เลย ไปดูข้อ 9 เขาบอกว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคําแนะนําของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ซึ่งก็คือ กกอ.) มีอํานาจสั่งให้ผู้ดํารงตําแหน่งใดในสถาบันอุดมศึกษาหยุดการปฏิบัติหน้าที่ พ้นจากตําแหน่งหน้าที่ หรือให้ไปปฏิบัติงานในหน่วยงานแห่งอื่น และแต่งตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งต่างๆ ในสถาบันอุดมศึกษานั้น


คำสั่งยังเขียนถึงขั้นว่า ถ้าสภามหาวิทยาลัยต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะ ก็ให้รัฐมนตรีศึกษาตั้งคณะบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน 5-15 คน ก็ยังได้

นี่คืออีกหนึ่งต้นตอของปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และทำให้ปัญหานี้แก้ไขไม่ได้จริงๆ เสียที ก็ต้องถามกลับไปยังรัฐมนตรีศึกษาฯ และคสช. ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ข่าวล่าสุด