เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "บิ๊กโจ๊ก" ฟันวินัย-อาญา 6 ตร.ถูกตุ๋นวิ่งเต้นตำแหน่ง

23 พ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "บิ๊กโจ๊ก" ฟันวินัย-อาญา 6 ตร.ถูกตุ๋นวิ่งเต้นตำแหน่ง

วันนี้มีคดีแปลกแต่จริง เป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อเมื่อมิจฉาชีพริอาจโทรศัพท์ไปหลอกเงินตำรวจ อ้างว่าตัวเองเป็นนายตำรวจใหญ่คนดัง สามารถวิ่งเต้นโยกย้ายเลื่อนตำแหน่งให้ได้ เชื่อไหมมีผู้เสียหายเป็นนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการไปจนถึงผู้บังคับหมู่ รวมทั้งหมด 6 คน เรียกว่าตั้งแต่ระดับสัญญาบัตรไปจนถึงชั้นประทวนเลยทีเดียว รวมๆแล้วสูญเงินรวมกันกว่า 4 ล้านบาท มิจฉาชีพรายนี้เค้าทำยังไงเดี๋ยวจะเล่าให้คุณผู้ชมฟัง


ถ้าพูดถึงนายตำรวจ ต้องบอกว่าตอนนี้คนเกือบทั่วประเทศไม่มีใครไม่รู้จัก "บิ๊กโจ๊ก" พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่มีผลการการจับกุมปราบปรามคดีดังๆได้หลายคดี ทั้งการปราบแก๊งทัวร์ต่างด้าวผิดกฎหมาย แก๊งสกิมเมอร์ แก๊งสกิมเมอร์ โต๊ดเถื่อนสนามม้า ล่าสุดก็คดีปราบปรามผู้มีอิทธิพลในตลาดใหม่ดอนเมือง


แล้วเมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้ตามปกติก็จะต้องมีการแถลงผลงานให้ประชาชนทราบ เรียกได้ว่า "บิ๊กโจ๊ก" มีผลงานออกสื่อแทบทุกสำนักแทบทุกวัน แล้วน้ำเสียงของ "บิ๊กโจ๊ก" ในการแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์กับนักข่าวก็จะมีเอกลักษณ์ จะพูดจาฉะฉานฟังชัดแล้วมีหางเสียงหน่อยๆ คนที่ติดตามข่าวบ่อยๆแค่ได้ยินเสียงไม่ต้องไปมองภาพ ก็จะรู้ทันทีว่าเสียงแบบนี้ต้องเป็น "บิ๊กโจ๊ก"อย่างแน่นอน เราไปฟังเสียง "บิ๊กโจ๊ก" กันอีกที


มิจฉาชีพรายนี้คือ นายไพจิตร ฉายยา อายุ 40 ปี ปกติมีอาชีพขับแท็กซี่ เค้าติดตามผลงานของ "บิ๊กโจ๊ก" บ่อยๆก็เลยจำน้ำเสียงได้ คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 57 มิจฉาชีพรายนี้ โทรศัพท์ไปหลอกลวงอ้างว่าตัวเองคือ "รองโจ๊ก" (ตอนนั้นเป็นรองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว) ก็โทรไปหา พันตำรวจโทรายหนึ่งในจังหวัดนครพนม ให้ช่วยเหลือดูแลคดีหนึ่งให้หน่อย พันตำรวจโทคนนี้เค้าก็นึกว่าเป็น "รองโจ๊ก" ตัวจริง จึงดำเนินการให้ แม้ภายหลังตำรวจคนนี้เค้าไปตรวจสอบปรากฎว่าไม่ใช่เบอร์ "รองโจ๊ก" แต่มิจฉาชีพรายนี้ก็อ้างว่าเป็นเบอร์พิเศษไว้ใช้เฉพาะกิจเท่านั้น จากกันก็โทรติดต่อกันมาตลอด จนตำรวจคนนี้บอกว่า "แทบจะเป็นที่ปรึกษาคดีให้เลยทีเดียว"


ต่อมาคนร้ายรายนี้ ก็ได้ปลอมแชทไลน์ตั้งรูปโปรไฟล์เป็นรูป "บิ๊กโจ๊ก" ใช้ชื่อในไลน์ว่า"คนดีมีแต่ให้" แชทคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ก็มีนายตำรวจยศพันตำรวจเอกระดับผู้กำกับ นึกว่าเป็น "บิ๊กโจ๊ก"ตัวจริงอีก ในวาระแต่งตั้งโยกย้ายปี 59 นายตำรวจคนนี้ก็เสนอเงินให้ 1 ล้านบาท ให้ช่วยวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองผู้บังคับการ ปรากฎว่านายตำรวจคนนี้ก็ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่เป็นเพราะผลงานและลำดับอาวุโสของตัวเอง /โดยที่คนร้ายไม่ได้ทำอะไรเลย


จากครั้งนั้นทำให้ "บิ๊กโจ๊กตัวปลอม" มีความน่าเชื่อถือน่าเชื่อถือ ในการแต่งตั้งวาระ 2560 จึงมีการชักชวนในหมู่ตำรวจมีผู้หลงเชื่อจ่ายเงินวิ่งเต้นอีก 5 คนในราคาตั้งแต่ 1 แสน 2 ล้าน 5 แสนบาท ปรากฎว่าเมื่อคำสั่งออกมีเพียงรายเดียวที่ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ที่ได้ก็เพราะผลงานและลำดับอาวุโสของตัวเองอีกนะ ส่วนตำรวจที่เหลือกินแห้ว บางคนสงสัยว่าจะโดนหลอก จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม


เมื่อ "บิ๊กโจ๊กตัวจริง" รู้เรื่องก็ต้องบอกว่าถึงกับควันออกหู สั่งตามล่าคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีทันที เพราะทำให้ชื่อเสียงตัวท่านเองเสียหายมานานหลายปี และในที่สุดก็จับกุมได้เมื่อวานนี้หลังหนีมากบดานที่กรุงเทพมหานคร สอบสวนเจ้าตัวรับสารภาพว่า เอาเงินที่ได้มากกว่า 4 ล้านบาท ไปซื้อที่ดิน 16 ไร่ ซื้อรถแท็กซี่ให้คนเช่าขับ ตอนนี้ตำรวจตรวจยึดไว้หมดแล้ว


พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์บอกว่า ตัวเองไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องการพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้ง เว้นแต่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยุคนี้ต้องทำงานเลิกคิดเลิกเชื่อเรื่องซื้อขายตำแหน่งได้แล้ว ทุกวันนี้ตัวเองยังต้องทำงานหนักอยู่เลยแม้จะสนิทกับ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร นอกจากจะดำเนินคดีกับคนขับแท็กซี่รายนี้แล้ว จะต้องดำเนินคดีกับนายตำรวจทั้ง 6 นายทั้งทางวินัยและอาญาข้อหาสนับสนุนให้มีการกระทำผิด เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ข่าวล่าสุด