เนชั่นทีวี

ข่าว

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม

22 พ.ค. 2561 | Pattana_sri

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม

รอง ผบ.ตร.ลงพื้นตรวจตำเนินคดีโรงงานหลอมคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ หลังชาวบ้านร้องเรียนผลกระทบ ตรวจสอบพบแรงงานกว่า 262 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัย ทั้งยังกระทำความผิด พ.ร.บ.โรงงาน ที่นำขยะรีไซด์เคิลมาวางกองไว้ยังภายนอกตัวอาคารเป็นจำนวนมาก ก่อนสั่งปิดให้ทำการปรับปรุงเป็นเวลา 30 วันพร้อมดำเนินคดีในหลายข้อหาหนัก

วันที่ 22 พ.ค. 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมกำลัง จนท.ตำรวจและเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 100 นาย ได้เดินทางลงพื้นที่นำกำลังเข้าจู่โจมตรวจสอบภายโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทดับบลิวเอ็มดีไทยรีไซคลิ้งจำกัดตั้งอยู่เลขที่ 33 ม.12 ต.แปลงยาวอ.แปลงยาวจ.ฉะเชิงเทราริมเส้นทางภายในหมู่บ้านหนองหอยห่างจากด้านหลังของนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ทางทิศใต้มาประมาณ 800 เมตร

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



หลังการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวจำนวนกว่า 251 คน มีทั้งสัญชาติเมียนม่า กัมพูชา ลาว และมีคนไทย 11 คน รวม 262 กำลังทำงานคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และหลอมละลายตะกั่วเพื่อถอดคัดแยกอุปกรณ์ออกจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้สั่งให้หยุดเครื่องจักรและยุติการทำงานลง จากนั้นจึงได้นำคนงานออกมาทำการเจาะตรวจเลือด และเก็บตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อส่งไปตรวจหาสารโลหะหนักในกระแสเลือดของคนงานที่กำลังทำงานอยู่ว่าเกินกว่าค่ามาตรฐานหรือไม่

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



ก่อนที่จะทำการตรวจสอบเอกสารขอดูใบอนุญาตในการก่อตั้งโรงงาน และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานแรงงานต่างด้าว ซึ่งพบว่ามีแรงงานต่างด้าวบางส่วนนั้นเข้ามาทำงานโดยไม่ถูกต้อง และการดำเนินการนำเข้าเศษขยะกากอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีที่มาอย่างชัดเจน โดยโรงงานแห่งนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท 105 และ 106 ที่สามารถทำการคัดแยกขยะของเหลือใช้และหลอมโลหะได้ แต่การจัดเก็บกากขยะอุตสาหกรรมภายในโรงงานนั้นทำอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีการนำมากองทิ้งไว้กลางแจ้งยังภายนอกตัวอาคารเป็นจำนวนมาก 

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม


หลังการตรวจสอบในเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงงานแห่งนี้ได้มี นายเหยา (YAO) อายุ 40 ปี ชาวจีนรับเป็นผู้จัดการโรงงาน โดยมีนายจี้หยิน อายุ 62 ปี ชาวฮ่องกง เป็นเจ้าของซึ่งอยู่ในต่างประเทศ แต่ได้แอบลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นขยะต้องห้ามที่ในหลายประเทศไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศของตนเอง นำเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านทางหลายช่องทางหลายบริษัท ซึ่งจะมีการตรวจสอบที่มาต่อไป

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้เคยถูกเพลิงไหม้ที่บริเวณเตาหลอมโลหะ (ตะกั่ว) ที่มีการติดตั้งไว้ที่บริเวณด้านหลังจำนวน 22 เตาเผา มาแล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค.61 ที่ผ่านมาจนเกิดมลพิษรั่วไหลออกไปโดยรอบโรงงานและมีชาวบ้านร้องเรียนเข้าไปยังหน่วยงานของทหาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย จึงได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมกระทรวงทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ผนึกกำลังกันร่วมปฏิบัติการกวาดล้างกิจการทำลายชาติครั้งใหญ่นี้ขึ้น

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



ขยะอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว มีสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารปรอท แคดเมียม ซึ่งเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ ทำลายระบบเลือด และก่อมะเร็ง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้สั่งให้โรงงานแห่งนี้ปิดการดำเนินการในวันนี้ เพื่อทำการปรับปรุงจัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายนอกตัวอาคารให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมยังได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า นำเข้ามาซึ่งวัตถุดิบอันตรายชนิดที่ 3 คือ ขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาที่ 2 คือ สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชน ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ม.25 และ 28/1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท ข้อหาที่ 3 ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับแจ้ง ตามพ.ร.บ.โรงงาน 2535 ม.13 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

รองผบ.ตร.ตรวจรง.หลอมแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม



นอกจากนี้การกองขยะอันตรายกลางแจ้งนั้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสียมลพิษหรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของโรงงาน คือ การเก็บขยะนอกโรงงาน อันเป็นความผิดตามมาตรา 8 (5) พ.ร.บ.โรงงาน มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ส่วนข้อหาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวนั้น กล่าวหาว่า ให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นความผิดตาม ม.54 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ที่พักพิงช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รับคนงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน เป็นความผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.การทำงานของแรงงานต่างด้าว มีโทษปรับ 10,000100,000 บาท ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาทั้งหมดที่แจ้งแก่โรงงานแห่งนี้ 

ข่าวล่าสุด