ล่าสุดวันนี้ มีการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กับสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในแวดวงอุดมศึกษา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิริยะ ศิริชานนท์ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. บอกว่า ขณะนี้ปัญหาธรรมาภิบาลกำลังวิกฤติมาก โดยเฉพาะเรื่องของ "สภาเกาหลัง" (หมายถึงสภามหาวิทยาลัย กับผู้บริหาร ไม่ได้ตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน แต่กลายเป็นพวกเดียวกัน) ส่งผลให้การร้องเรียนความไม่โปร่งใสในการบริหารมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็เงียบหายไปหมด ทำให้ต้องมีการจัดทำเอ็มโอยู หรือ "บันทึกความร่วมมือ" กับ ป.ป.ช. เพื่อสร้างระเบียบการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลอุดมศึกษา
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐ ป.ป.ช. คุณจินตนา พลอยภัทรภิญโญ บอกว่า หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูเมื่อเดือนกุภาพันธ์ ก็ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง ป.ป.ช. กับ ทปสท. เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของอาจารย์ นักศึกษา และประชาคมเครือข่ายทั้งหมด ให้ร่วมกันต่อต้านการทุจริต
แต่แน่นอนว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดในมุมมองของคณาจารย์อย่าง อาจารย์จิตเจริญ ศรขวัญ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของกลุ่มผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา โดยบางรายมีความสนิทสนมกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจทางการเมืองด้วย ทำให้การแก้ปัญหายิ่งยากมากขึ้นไปอีก
นี่คือปัญหาธรรมาภิบาลในรั้วอุดมศึกษาที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล คสช. เพราะผ่านมาหลายปีก็ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ปัญหานี้ยังไม่จบ เพราะในวันพรุ่งนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมาภิบาล แต่ผู้บริหารไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ จะไปรวมตัวกันที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเข้าพบรัฐมนตรีศึกษา เรียกร้องให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าไปจัดการแก้ไขต่อไป