จริงๆ แล้วเรื่อง "เงินวัด" หรือ "ศาสนสมบัติของวัด" มีการศึกษาและเสนอแนะเป็นแนวทางปฏิรูปวงการสงฆ์ ที่เรียกกันว่า "ปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด"จากการศึกษาพบปัญหาเชิงโครงสร้าง คือการแต่งตั้ง "ไวยาวัจกร" หรือผู้จัดประโยชน์ของวัด ซึ่งเป็นอำนาจของ "เจ้าอาวาส" แต่เพียงผู้เดียวโดย "ไวยาวัจกร" ต้องเป็น "คฤหัสถ์" หมายถึงฆราวาสทั่วไป อาจตั้งเพียงคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ ทำหน้าที่เก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกิน 3,000 บาทขึ้นไป รวมถึงจัดการเงินการกุศลที่มีผู้บริจาค พร้อมทำบัญชีรับจ่ายเงินของวัด
ที่ผ่านมาพบปัญหาขาดการควบคุมตรวจสอบ และไม่มีการถ่วงดุลการทำหน้าที่ของไวยาวัจกร เพราะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง และเจ้าอาวาสอาจเลือกไวยาวัจกรจากคนที่คุ้นเคยเพียงแค่คนเดียวเข้ามาทำหน้าที่ นี่คือช่องโหว่ของการบริหารจัดการเงินวัด ทำให้เกิดการรั่วไหลทั้งโดยไม่ตั้งใจ และโดยทุจริต
นอกจากนั้นยังพบปัญหา "ทรัพย์สินส่วนตัวของพระ" ที่ได้มาระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ เมื่อพระภิกษุนั้นมรณภาพ แม้กฎหมายจะให้ตกเป็นสมบัติของวัด แต่ก็มีข้อยกเว้นกรณีที่ได้จำหน่ายไปในระหว่างมีชีวิตหรือโดยพินัยกรรม ตรงนี้อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดความทับซ้อนระหว่างเงินวัด กับทรัพย์สินส่วนตัวของพระได้เช่นกัน