ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าทางเข้าบก.ป.มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด สำหรับวันนี้การสอบปากคำ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี ชาวปราจีนบุรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อายุ 62 ปี ชาวฉะเชิงเทรา นายชูศักดิ์ ศิรินิล อายุ 69 ปี ในฐานความผิด "ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ. ที่ใด ๆ ที่มีจำนวน 5 คนขึ้นไป โดยไม่รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบบหมาย" และ ความผิด ป.อาญา มาตรา 116
กลุ่มที่ 2 นายนพดล ปัทมะ อายุ 57 ปี นายชัยเกษม นิคิสิริ อายุ 69 ปี ชาวนนทบุรี นานภูมิธรรม เวชยชัย อายุ 64 ปี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อายุ 84 ปี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อายุ 59 ปี ในฐานะความผิดร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ. ที่ใด ๆ ที่มีจำนวน 5 คนขึ้นไป โดยไม่รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย" โดยจะแยกสอบเป็นราย ๆ ไป
ต่อมานายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมารวมให้กำลังในด้วยเช่นกัน
จากนั้นเมื่อเวลา 10.30 น. สมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 8 ราย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม โดยนายชูศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า การแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นการชุมนุมทางการเมืองตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจะเป็นการปลุกปั่นได้อย่างไร ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่บอกว่าทำผิดมาตรา 116 จะต้องเป็นการกระทำที่นอกเหนือจาก รธน. ทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายของบ้านเมือง โดยใช้กำลังของ ปชช.ลุกขึ้นมาต่อต้าน ซึ่งข้อกล่าวหาที่มีการแจ้งทั้ง 4 ข้อ ไม่มีการกระทำใดๆ ของแกนนำพรรค เข้าข่ายการกระทำความผิดเลยแม้แต่ข้อเดียว พร้อมฝากพนักงานสอบสวนให้พิจารณาด้วยความยุติธรรม ไม่ใช่มีใครมาแจ้งความแล้วจะจับดำเนินคดีเอาผิดทันที
"ผมเห็นว่า การใช้คำสั่งมาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการสกัดยับยั้ง คนที่เห็นต่างออกมาแสดงความคิดเห็น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม"
ทางด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้งสี่ข้อ ที่แจ้งเอาผิดสะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรม และไม่เสมอภาค ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่พรรคการเมืองได้ดำเนินการตามสิทธิพลเมือง ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชน วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ 5 คนที่เหลือไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่มีสมาชิก 3 คนนั่งแถลงข่าว
ขณะเดียวกันก่อนการแถลงได้มีการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้รับคำตอบมาว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ แต่ตำรวจก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจน พรรคก็ไม่ได้แถลงใดๆ แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่ดำเนินการ โดยใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นเรื่องที่พลเมืองประเทศไทยสามารถใช้สิทธิในการวิจารณ์กาทำงานของรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คิดว่า เป็นการใช้กฎหมายเพื่อกำจัดคนเห็นต่างอย่างไม่ชอบธรรรม
ทั้งนี้ อยากให้นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเป็นอุธาหรณ์ อยากให้ประชาชนและฝ่ายปฏิบัติงานทราบว่า การใช้กฎหมายอย่างไม่ยุติธรรม ไม่เสมอภาค มาเป็นเครืองมือทางการเมือง ดำเนินการกับประชาชนที่เห็นต่าง ถือเป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ฝ่ายรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ หากเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต ส่วนข้อกล่าวหาที่แจ้งจับจะโยงไปถึงการยุบพรรคหรือไม่นั้น ได้นั่งดูทุกเรื่องที่แถลงยังไม่เห็นมีข้อไหนที่เข้าข่ายความผิด จนนำไปสู่การยุบพรรค เพราะการสะท้อนการทำงานของรัฐบาลในรอบ 4 ปี ไม่ใช่เรื่องที่จะไปล้มล้าง สร้างปัญหาให้กับประเทศ จนถึงขั้นจะแจ้งความให้ยุบพรรคเพื่อไทยได้ และไม่คิดว่ารัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งนี้ ทั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชน เพราะประชาชนชนคือคนกำหนดทิศทางของประเทศ
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในวันที่ 22 พฤษภาคม แต่ฝ่ายความมั่นคงออกมาสกัดกั้น ว่า เรื่องนี้ถือเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน