หลังแสดงภาพยนตร์มา 11 เรื่อง และคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง The Country Girl ในปี 1954 เกรซ แพทริเซีย เคลลีหรือ "เกรซ เคลลี" กำลังเป็นหนึ่งในดาราที่ดังที่สุดในยุคนั้น แต่เธอกลับโลดแล่นในวงการภาพยนตร์ได้เพียง 5 ปีเท่านั้น เพราะจำต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น "เจ้าหญิง" ในชีวิตจริงในวัย 26 ปี
พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายเรนิเยที่ 3 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก กับเกรซ เคลลี ที่สื่อเรียกว่า "พิธีสมรสแห่งศตวรรษ" ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 1956โดยมีผู้ชมการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เฉพาะในยุโรปกว่า 30 ล้านคน ขณะที่เกรซ เคลลี ถูกนักข่าวหลายร้อยชีวิตตามติดตั้งแต่ขึ้นเรือจากนิวยอร์ก
เจ้าชายเรนิเยที่ 3 ทรงพบกับเกรซ เคลลี 1 ปีก่อนหน้านั้น โดยขณะที่เธอเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เจ้าชายทรงเชิญเคลลีให้มาถ่ายภาพที่พระราชวังร่วมกับพระองค์ จนกระทั่งวันที่ 6 พฤษภาคมปี 1955 ทั้งสองก็ได้พบกัน และติดต่อกันมาแบบลับๆ นับตั้งแต่นั้น ต่อมาปลายปี 1955เจ้าชายเรนิเยที่ 3 เสด็จเยือนสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 เดือน ในช่วงนี้เองที่พระองค์ทรงได้พบกับครอบครัวของเคลลี และทรงขอเธอแต่งงาน
เจ้าชายเรนิเยที่ 3 กับเจ้าหญิงเกรซทรงมีชีวิตคู่ที่มีความสุข ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระโอรสและพระธิดา 3 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าหญิงแคโรลีนแห่งฮาโนเวอร์, เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2, และเจ้าหญิงสเตฟานี มารี เอลิซาเบทแห่งโมนาโก
แม้ชีวิตของเจ้าหญิงเกรซจะดูราวกับเทพนิยาย แต่ในความเป็นจริง พระองค์ทรงต้องปรับตัวไม่น้อย ด้วยเพราะเป็นชาวต่างชาติและอดีตนักแสดง พระองค์ทรงต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่ยอมรับของสังคมชั้นสูง และสมาชิกบางพระองค์ในราชวงศ์โมนาโก นอกจากนี้ในบางโอกาสพระองค์ยังทรงต้องการกลับไปแสดงภาพยนตร์อีกครั้งแต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการ พระองค์ก็เลยไม่ได้กลับสู่ถนนสายฮอลลีวูดอีกเลย