นายปรีชา จีนขจร มัคทายก ของวัดตราชู แกนนำชาวบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าร้องเรียนที่กองปราบปรามแล้ว กระทั่งมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่เพื่อหาข้อเท็จจริง จนทราบเบาะแส แต่ยังไม่มีการจับกุมดำเนินคดีกับบุคคลใด
นายปรีชา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 เดือน ที่ผ่านมา พระครูไกรศร วิลาศ เจ้าอาวาสวัดตราชู อ้างกับชาวบ้านว่า ได้ติดตามพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ กลับคืนมาได้แล้ว แต่เมื่อไปตรวจสอบในพระอุโบสถ กลับพบว่าไม่เป็นเป็นความจริงแต่อย่างใด โดยมีการนำพระพุทธรูปจากวัดพิกุลทองมาประดิษฐานแทน ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ และหลังจากนั้นเจ้าอาวาสได้หายตัวไป จึงเชื่อว่า คนที่นำพระไปเกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาส ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้ ได้ถูกโยกย้ายไปยังพื้นที่อื่น จึงสงสัยว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับการทำคดีนี้ จึงอยากเรียกร้องให้ผู้บังคับการกองปราบปราม เร่งติดตามพระพุทธรูป ที่สร้างมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 กลับคืนสู่วัด และพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกโยกย้ายและสืบสวนในคดีนี้ กลับคืนมาทำคดี
ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ยอมรับตำรวจชุดที่ทำคดีนี้ถูกโยกย้ายไปจริง แต่ก็ได้นำชุดดังกล่าวมาทำคดีตามเดิมแล้ว ทั้งนี้ไม่สามารถระบุได้ว่า ตำรวจที่ถูกย้ายไปได้รับผลกระทบจากการทำคดีนี้ ขณะที่ล่าสุดได้รับรายงานความคืบหน้าของคดี พบ ผู้เกี่ยวข้อง 2-3 ราย ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน ส่วนกรณีที่เจ้าอาวาสหายตัวไปจะเกี่ยวข้องกับการที่พระพุทธรูปหายไปหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้