ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนบอนด์ดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะ 3.059% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.189%
1. ญี่ปุ่นเปิดเผยสภาวการณ์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2018 นี้ หดตัวลง 0.6% เมื่อเทียบระยะเดียวกันปีก่อนเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมีการปรับลดการใช้จ่ายลง
โดยที่การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่มีสัดส่วนมากเกือบ 60% ของ GDP ปรับตัวลดลง เนื่องจากการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟนและรถยนต์ลดน้อยลง ทั้งนี้ GDP ญี่ปุ่นที่เปรียบเทียบเป็นรายปีของปีงบประมาณ 2017 ขยายตัว 1.5% จากที่เพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2016 ที่มีการขยายตัว 1.2%
2. แต่หากเปรียบเทียบ GDP ญี่ปุ่นเป็นรายไตรมาสนั้น เป็นการหดตัวลง 0.2% จากไตรมาสก่อน โดยภาคธุรกิจ (Business Spending) มีการใช้อ่อนตัวลง 0.1% สำหรับไตรมาสต่อไตรมาส แย่กว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%
ส่วนการใช้จ่ายเอกชน (Private Consumption) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบไตรมาสต่อไตรมาส ขณะที่การส่งออกในไตรมาส 1 ขยายตัวที่ระดับ 0.6% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 2.2% ส่วนการนำเข้าปรับตัวขึ้น 0.3%
3. ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 86.93 จุดหรือ 0.38% ในทิศทางเดียวกับดัชนี HSI ฮ่องกงลดลง 35.68 จุดหรือ 0.11% รวมทั้งดัชนี SSE Composite ของจีนลดลง 11.89 จุดหรือ 0.37% และ TAIEX ของไต้หวันปรับตัวลดลง 1.19 จุดหรือ 0.01%
นอกจากนี้ กระแสข่าวการที่ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือระงับที่จะเปิดการเจรจารอบใหม่กับผู้นำเกาหลีใต้ เนื่องจากยังคงมีการร่วมซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ ส่งผลให้เกาหลีเหนือไม่มั่นใจต่อเรื่องกาาถูกคถกตาม โดยที่ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วงลง 11.90 จุดหรือ 0.48% ดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ลดลง 7.26 จุดหรือ 0.21% รวมทั้งหุ้นไทยร่วงลง 8,01 จุดหรือ 0.45% แตะ 1,758.85 ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ ท่ามกลางการอ่อนคัวลงของคลาดหุ้นวอลล์สตรีท