เนชั่นทีวี

ข่าว

ยึดหอศิลป์ กทม.! ผู้ว่าฯ "อัศวิน" ยัน "ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง"

14 พ.ค. 2561 | Ekkapon

ยึดหอศิลป์ กทม.! ผู้ว่าฯ "อัศวิน" ยัน
"ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง"

ต่อกระแสข่าวกรณี ผู้บริหาร กทม.จะเข้ามายึด หอศิลป์ กทม. คืน! จากการบริหารของ มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยมีการอ้างว่า.. เกิดความไม่สะดวกในหลายๆ รูปแบบ เช่น การให้บริการโต๊ะเก้าอี้ต่างๆ ที่ไม่เพียงพอ และทาง กทม. มีความต้องการพัฒนาพื้นที่ให้แก่เด็กและเยาวชนสามารถใช้งานได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งแต่ละปีกทม.ต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อการดูแลปีละหลายสิบล้านบาท จึงมีแนวคิดว่า กทม.ในฐานะผู้สนับสนุนงบประมาณบางส่วนอยู่แล้ว หากสามารถมาบริหารจัดการเอง น่าจะสามารถพัฒนารูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสม


ข่าวนี้เกิดเป็นกระแสต่อต้านทันที! จากเครือข่ายศิลปินและภาคประชาชน ที่มองต่าง คือไม่เห็นด้วยกับแนวคิด ผู้บริหาร กทม. ทั้งๆ ที่ปัจจุบัน หอศิลป์ กทม. ซึ่ง บริหารโดย มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ที่ได้บริหารมาร่วม 10 ปี ก็มีผลงานดี เป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากประชาชนอยู่แล้ว


ล่าสุดวันนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง'ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน ระบุว่า..


ยึดหอศิลป์ กทม.! ผู้ว่าฯ "อัศวิน" ยัน
"ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง"



"Ars longa vita brevis" ประโยคดังกล่าวได้รับการแปลอย่างลึกซึ้ง โดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีใจความว่า "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น" แสดงถึงความสำคัญของศิลปะ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่สาธารณะปราศจากการแทรกแซงเพื่อสร้างสรรค์งานศิลป์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการแสดงออก เพื่อศึกษาหรือร่วมแบ่งปันงานศิลป์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของประเทศที่ใช้ในการทำกิจกรรมเหล่านี้


จากการที่มีกระแสข่าวในทำนองว่า กทม.จะนำพื้นที่ในหอศิลป์ฯทั้งหมดไปทำอย่างอื่น?หรือ แม้กระทั่งนำไปทำห้างสรรพสินค้า!?รวมไปถึงแคมเปญออกมา คัดค้านการที่กทม.จะเข้ามาบริหารจัดการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครด้วยตนเองนั้น


ผมคงต้องตอบว่า กทม. ไม่เคยคิด และไม่มีทางที่จะทำลายสถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศเรา เพียงแต่เราต้องการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนของหอศิลป์ฯ ยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ เราต้องการนำพื้นที่เหล่านั้นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในแนวทางที่อยากจะปรับปรุงก็คือ การนำพื้นที่เหล่านั้นมาปรับเป็นให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้เข้ามาใช้ สร้างสรรค์งานศิลป์ ทำงาน พบปะ และ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือที่เรียกกันว่า co-working space  ในส่วนนิทรรศการก็ยังจะต้องใช้เพื่อแสดงงานศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเดิม


แต่การที่กทม.จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์นั้น อาจติดด้วยระเบียบและกฎหมายการมอบกิจการให้มูลนิธิ กทม.จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันและดึงดูดให้ประชาชนสนใจงานศิลป์มากขึ้น สำหรับแนวทางการพัฒนานั้นอาจมีการดึงผู้ที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญ มาช่วยพัฒนา 


ยึดหอศิลป์ กทม.! ผู้ว่าฯ "อัศวิน" ยัน
"ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง"




ผมเชื่อมั่นว่า ศิลปะเป็นเรื่องของอิสระทางความคิดและจินตนาการ ศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจหาใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใด และ สถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแห่งนี้จะต้องยังคงอยู่เพื่อประชาชนทุกคนครับ


สุดท้ายนี้ ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพัฒนาในพื้นดังกล่าวครับ"

ข่าวล่าสุด