เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ก่อการร้ายยกระดับ ...พลีชีพยกครัว!

14 พ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ก่อการร้ายยกระดับ ...พลีชีพยกครัว!

ล่าความจริงวันนี้ ขอเปิดด้วยประเด็นต่างประเทศ แต่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือ เหตุระเบิด 2 ระลอกที่เมือง "สุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอินโดนีเซีย ซึ่งในวันนี้่เกิดระเบิดพลีชีพขึ้นอีกรอบที่กองบัญชาการตำรวจของเมือง ทั้งๆ ที่เมื่อวานเพิ่งเกิดระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน บาดเจ็บอีก 41 คน โดยระเบิดพลีชีพทั้ง 2 ระลอกนี้ ถือว่าน่าตกใจอย่างมาก เพราะเป็นปฏิบัติการร่วมกันของคนในครอบครัว คือพ่อ-แม่-ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงของไทยตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มือระเบิดพลีชีพมักมีความสัมพันธ์กันมากที่สุดก็แค่ "พี่กับน้อง" เท่านั้น ไม่มีการพลีชีพแบบ "ยกครัว" เหมือนที่เพิ่งเกิดขึ้น


เหตุระเบิด 2 ระลอกที่เมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก มีประเด็นน่าสนใจ คือ ประเด็นแรก เหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง คนที่ทำระเบิดพลีชีพ เป็นครอบครัวเดียวกัน 6 คน ประกอบด้วยสองสามีภรรยา และลูกๆ อีก 4 คน โดยลูก 2 ใน 4 เป็นเด็กผู้หญิง อายุเพียง 9 ขวบ กับ 12 ขวบเท่านั้น

ส่วนระเบิดโจมตีกองบัญชาการตำรวจ เมืองสุราบายา มือระเบิดมาจากครอบครัวเดียวกันเหมือนกัน ครอบครัวนี้มี 5 คน นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มา 2 คัน หลังจุดระเบิดฆ่าตัวตาย ปรากฏว่าครอบครัวนี้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด รอดคนเดียวเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 8 ขวบ ส่วนผู้ตายเป็น พ่อ แม่ กับลูกชาย 2 คน

ประเด็นที่สอง เหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง มือระเบิดที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นแม่ของลูก 4 คน คือ นางปูจิ คุสวาตี วันนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นมือระเบิดพลีชีพหญิงคนแรกของอินโดนีเซียไปแล้ว โดยครอบครัวนี้มีประวัติเคยเดินทางไปซีเรีย ช่วงที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ทำสงครามอยู่ในตะวันออกกลาง ส่วนสามีของนางปูจิ คือ นายดิตา ปริยันโต พ่อของเด็กๆ 4 คน ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าหน่วยของกลุ่มหัวรุนแรง "เจมาห์ อันซารุด เดาเลาะห์" หรือ เจเอดี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยประกาศสวามิภักดิ์ให้ไอเอส


ประเด็นที่สาม นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เด็กร่วมก่อเหตุระเบิดพลีชีพ และประเด็นที่สี่ ครอบครัวแรกที่จุดระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง อยู่ในโครงการ "ปรับทัศนคติ" ของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับคนที่เคยเดินทางไปซีเรียเพื่อร่วมรบกับไอเอส

ฝ่ายความมั่นคงไทย วิเคราะห์ว่า เหตุระเบิดที่อินโดนีเซียถือว่าน่ากังวล เพราะที่ผ่านมาแม้ในอินโดนีเซียจะเคยเกิดเหตุรุนแรงจากเซลล์ของไอเอส หรือกลุ่มที่ฝักใฝ่ไอเอสมาก่อน แต่ก็มีลักษณะแค่ "สู้กับเจ้าหน้าที่จนตัวตาย" ไม่ค่อยมีรูปแบบระเบิดพลีชีพ ที่สำคัญคนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน เคยไปร่วมรบกับไอเอส เมื่อเดินทางกลับบ้านเกิด ก็นำอุดมการณ์ ความเชื่อ และแนวคิดของไอเอสกลับมาด้วย ฉะนั้นการกระจายตัวของไอเอสจึงถูกส่งออกไปทั่วโลก แม้สงครามที่ซีเรียกับอิรักจะจบลงแล้วก็ตาม


นอกจากนั้น "โครงการปรับทัศนคติ" ที่หลายประเทศนำมาใช้ กลับไม่ได้ผล บทเรียนเหล่านี้ ประเทศไทยน่าจะต้องตื่นตัวมากขึ้นกับสถานการณ์ไอเอส เพราะแม้ไทยจะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน และล้วนเป็นประเทศที่อยู่รอบบ้านไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด