ลุงทวี ความรู้เพียงชั้น ป.7 คิดค้นประยุกต์เครื่องดนตรีชนิดใหม่ ตั้งชื่อว่า ซอไม้ไผ่ รับเล่นตามงานบุญทั่วไป สร้างรายได้เดือนละ 3-4 หมื่นบาท โดยใช้หลักของเครื่องดีดอย่างจระเข้ญี่ปุ่นและเครื่องสีอย่างซอ มาประยุกต์กันได้อย่างลงตัว จดสิทธิ์บัตรเรียบร้อย มีผู้สนใจว่าจ้างให้ทำเครื่องดนตรีแล้วหลายราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดแสงดาว ม.6 ต.ปากโทก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลสรีสะสังขารของ พระอธิการเทพฤทธิ์ มหาวิริโย เจ้าอาวาสวัดแสงดาว พระนักพัฒนาที่ประชาชนในพื้นที่ ให้ความเคารพศรัทธา โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศล เป็นเวลา 7 วัน และจะมีพิธีบรรจุสรีระสังขารไว้อีก 100 วัน ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจเมรุลอยกลางแจ้งต่อไป
โดยชาวบ้านที่มาฟังพระสวดพระอภิธรรม ต่างต้องสะดุดตากับการบรรเลงดนตรีซอไม้ไผ่ ที่นอกจากจะมีความแปลกจากเครื่องดนตรีแล้ว ยังใช้คนบรรเลงเพียงคนเดียว แต่ให้เสียงดนตรีที่ไพเราะมีจังหวะของเครื่องดนตรีครบถ้วน ที่ชาวบ้านรวมใจกันเป็นเจ้าภาพว่าจ้างมาบรรเลงในพิธีสวดพระอภิธรรม บำเพ็ญกุศลสรีสะสังขารของ พระอธิการเทพฤทธิ์ มหาวิริโย เจ้าอาวาสวัดแสงดาว โดยเจ้าของเสียงบรรเลงดนตรีของซอไม้ไผ่ ก็คือคุณลุงทวี จันทร์แจ้ง อายุ 65 ปี ชาว จ.พิจิตร ที่ยึดอาชีพวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัด และเล่นจระเข้ตามวงดนตรีต่างๆมาก่อน ก่อนที่จะมาประยุกต์สร้างเครื่องดนตรีเป็นของตัวเอง คือซอไม้ไผ่ และยึดเป็นอาชีพมานานกว่า 15 ปี สร้างรายได้ เดือนละ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน
ลุงทวี จันทร์แจ้ง บอกว่า แต่เดิมยึดอาชีพวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ตามวัดต่างๆ ทั่วไปที่ว่าจ้างมา เวลาไม่มีงานก็จะไปเล่นดนตรีกับวงปี่พาร์ทตามงานบุญต่าง โดยตนจะเล่นจระเข้ญี่ปุ่นเป็นหลัก ก็ยึดอาชีพนี้มากว่า 40 ปี จนต่อมาเครื่องดนตรีจระเข้ญี่ปุ่นก็มีเสื่อมโทรมไปตามอายุซ่อมบ่อย หาช่างซ่อมก็ยาก ตนจึงคิดที่จะทำเครื่องดนตรีเป็นของตัวเอง ตามภูมิปัญญาของคนเรียนจบเพียงชั้น ป.7 เท่านั้น โดยใช้หลักของเครื่องดีดอย่างจระเข้ญี่ปุ่น กับเครื่องดนตรีประเภทสีอย่างซอ มาประยุกต์ ก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน จนมาลงตัวที่ซอไม้ไผ่ชิ้นนี้