ก่อนการนับคะแนน นักวิเคราะห์ต่างก็คาดว่า BN น่าจะได้นั่งอยู่ในอำนาจต่อไป เนื่องจากมีการดัดแปลงระบบการเลือกตั้งมานานเป็นสิบปี เพื่อทำให้พรรครัฐบาลได้เปรียบคู่แข่ง อย่างการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ที่ให้โอกาสพรรครัฐบาลชนะมากขึ้น ความไม่ชอบมาพากลในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งการควบคุมสื่ออย่างหนัก และการพุ่งเป้าโจมตีฝ่ายค้านระหว่างการหาเสียง อย่างการออกกฏหมายต่อต้านข่าวปลอม
แต่เมื่อเจาะลึกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ อย่างในรัฐซาราวัก ที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของ BN ปรากฏว่าปราชัยยับเยินให้กับฝ่ายค้าน เช่นเดียวกับรัฐยะโฮร์ ที่เป็นบ้านเกิดของพรรคอัมโน ขณะที่ผู้สมัครคนสำคัญของ BN อย่างแกนนำของพรรคชนกลุ่มน้อยชาวอินเดีย และจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอัมโน ก็กลายเป็น สส. สอบตก
ส่วนบรรยากาศที่ทำการพรรคอัมโน ฐานสำคัญของพรรครัฐบาล ระหว่างการนับคะแนน นาจิบก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแต่อย่างใด และนักข่าวถูกบอกให้กลับออกไป
ก่อนหน้านี้ มหาเธร์ ออกมากล่าวหา กกต.ว่าเปิดเผยผลการเลือกตั้งช้า เพราะผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของพรรคเองชี้ว่า BN ตามหลังอยู่มาก และไม่น่าจะตั้งรัฐบาลได้ แต่ กกต.ยืนกรานว่าไม่ได้กั๊กผลการเลือกตั้ง และขอให้ประชาชนอดใจรอ
ในการเลือกตั้ง มีผู้มาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันทำงาน ซึ่งก็ได้รับเสียงวิจารณ์ว่าเป็นกลยุทธของรัฐบาลที่จะทำให้คนมาเลือกตั้งกันน้อย ผู้มาใช้สิทธิ์หลายคนบ่นว่าต้องเข้าคิวกันนาน จนเป็นห่วงว่าหลายคนอาจจะไม่ได้ใช้สิทธิ์ของตน
นาจิบถูกกดดันให้ต้องชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2556 ที่แม้พรรคจะชนะเรื่องที่นั่งในสภา แต่ปรากฏว่าเมื่อนับคะแนนเสียง พรรครัฐบาลพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก และหากนาจิบทำผลงานในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าประทับใจ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาอาจจะสั่นคลอน แต่ไม่มีใครคิดว่า BN จะแพ้ราบคาบ
เรื่องอื้อฉาวใหญ่ที่สุดที่นาจิบเผชิญก็คือ กองทุน 1MDB ที่ถูกเปิดโปงออกมาในปี 2558 ว่าเงินหลายพันล้านดอลล่าร์ถูกขโมยไปจากกองทุนที่จัดตั้งและดูแลโดยนาจิบ แต่ทั้งนาจิบและทาง 1MDB ปฏิเสธว่าไม่ทำอะไรผิด
สำหรับในเขตภูมิภาค ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนเชื้อสายมาเลย์ที่ยากจนได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐบาลนำเอาระบบภาษีการขายมาใช้ในปี 2558