เนชั่นทีวี

ข่าว

ฉะ "สุคิริน" ซ้ำรอย "หมู่บ้านป่าแหว่ง"

09 พ.ค. 2561 |

ฉะ "สุคิริน" ซ้ำรอย "หมู่บ้านป่าแหว่ง"

กรณีชาวบ้านกว่า 500 คนในตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส คัดค้านนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช ที่เตรียมขอใช้พื้นที่รอบๆ 3 หมู่บ้านของตำบลสุคิริน เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับ "อดีตผู้หลงผิด" ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน โดยสาเหตุที่ชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้าน เพราะเกรงว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาสร้างปัญหา สร้างความหวาดระแวง เนื่องจากบางส่วนอาจเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง นอกจากนั้นยังอาจส่งผลทำลายทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นป่าต้นน้ำและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ

ความคืบหน้าก่อนหน้านี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายอำเภอสุคิริน และผู้นำของทั้ง 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 42 / หมู่บ้านรักษ์ธรรม / และหมู่บ้านลีนานนท์  จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาให้ข่าวทำนองว่า ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจหมดแล้ว และพร้อมรับ "อดีตผู้หลงผิด" เข้าไปตั้งหมู่บ้านและจัดสรรที่ทำกินให้ โดยจะมีการตั้ง "คณะกรรมการร่วม" ที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายขึ้นมาช่วยดูแล โดยเฉพาะปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ฟังจากแม่ทัพภาคที่ 4 เหมือนปัญหาจะจบแล้ว  แต่เมื่อ "ล่าความจริง" ส่งทีมข่าวลงพื้นที่ และได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่นั่น กลับพบว่าส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน และเตรียมจัดชุมนุมเดินขบวน หากฝ่ายความมั่นคงยังดึงดังเดินหน้าโครงการต่อล่าสุดปัญหาส่อเค้าบานปลาย  เมื่อ ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ  คุณรักชาติ สุวรรณ ได้ออกมาคัดค้านเรื่องนี้เช่นกัน โดยบอกว่า พื้นที่อำเภอสุคิรินตอนนี้กำลังมาแรงเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยอะ โดยเฉพาะคนมาเลเซีย  ทำให้คนในพื้นที่คัดค้านหากจะให้กลุ่มอดีตผู้หลงผิดเข้าไปตั้งหมู่บ้านอยู่ด้วย ฉะนั้นเมื่อหน่วยงานรัฐไม่ฟังเสียงพวกเขา  ต่อไปอาจจะมีการเคลื่อนไหวต่อต้าน และจะทำให้เกิดความรู้สึก "อคติ" กับคนที่จะมาอยู่ใหม่หนักขึ้นไปอีก

สำหรับ 3 หมู่บ้านเป้าหมายที่ฝ่ายความมั่นคงจะขอใช้พื้นที่และจัดสรรที่ดินรองรับ "อดีตผู้หลงผิดนั้น" เป็นหมู่บ้านของคนมุสลิม 1 หมู่บ้าน และหมู่บ้านคนพุทธ 2 หมู่บ้าน โดยหนึ่งในนั้นเป็นหมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติ หรือ อดีต จคม. ซึ่งหมายถึงโจรจีนคอมมิวนิสต์ ที่รัฐบาลไทยในอดีตเคยจัดสรรที่ดินทำกินให้ ปัจจุบันพื้นที่แถบนี้ชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข และมีรายได้จากการท่องเที่ยว ตนทราบว่าในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปรับพื้นที่เพื่อสร้างบ้านให้กับคนที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านแล้ว โดยคนเหล่านั้นสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะอยู่ตรงไหน ฉะนั้นเชื่อว่าจะเกิดกระแสต่อต้านตามมาอย่างแน่นอน เหมือนกรณี "หมู่บ้านป่าแหว่ง" หรือ คฤหาสน์ตุลาการที่คนเชียงใหม่คัดค้านอยู่ในขณะนี้

ประธานเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ยังเห็นว่า คนที่เข้าร่วม "โครงการพาคนกลับบ้าน" อาจมีที่ดินเดิมอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิมของพวกเขาเอง  อาจจะไม่ใช่ผู้ยากไร้  ทำไมรัฐจึงไม่ให้งบประมาณไปสร้างบ้านในที่ดินของเขาเอง จึงอยากให้ทุกฝ่ายพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ  และควรฟังเสียงชาวบ้านด้วย มิฉะนั้นจะเป็นการซ้ำเติมความแตกแยก

ฉะ "สุคิริน" ซ้ำรอย "หมู่บ้านป่าแหว่ง"

เราไม่ได้ฟังความข้างเดียว แต่ "ล่าความจริง" ไปสอบถามความเห็นของหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ "พาคนกลับบ้าน" ด้วย แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่จะไปตั้งหมู่บ้านในอำเภอสุคิริน เขาบอกว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะสร้างหมู่บ้านและหาที่ดินทำกินให้กับคนที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน แต่ไม่เห็นด้วยหากทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้วต้องเดือดร้อน 

ทั้งยังบอกว่าคนที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่หลบหนีจากประเทศไทยไปนาน ถึงขั้นไม่มีแม้แต่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เมื่อเข้าร่วมโครงการและเดินทางกลับมา ฝ่ายความมั่นคงได้ลบข้อกล่าวหาทั้งหมด และมอบบัตรประชาชนให้ ก็น่าจะมากพอแล้ว  และควรสนับสนุนให้กลับไปอยู่ภูมิลำเนาเดิมของตัวเอง เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่ใช่คนยากจน

ฉะ "สุคิริน" ซ้ำรอย "หมู่บ้านป่าแหว่ง"


สำหรับการหาที่อยู่และที่ทำกินให้กับ "อดีตผู้หลงผิด" ที่กลับตัวกลับใจออกมาร่วมมือกับรัฐนั้น  มีทฤษฎีที่ทำกันอยู่ทั่วโลก โดยมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ อยู่ 4 ข้อ คือ 1.ควรให้คนเหล่านี้อยู่นอกพื้นที่เดิมที่เคยอาศัยอยู่ เพื่อไม่ให้หวนกลับไปร่วมกับขบวนการก่อเหตุรุนแรงอีก 2.ควรให้อยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมได้ เพื่อป้องกันการลักลอบบ่มเพาะแนวคิดต่อต้านรัฐ 3.การหาที่อยู่ใหม่ ต้องเป็นที่ยอมรับหรือไม่ถูกต่อต้านจากคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้ว และ 4.ต้องจัดหาอาชีพให้คนกลุ่มนี้มีรายได้ ดำรงชีวิตอยู่ได้ จะได้ไม่หวนกลับไปต่อสู้กับรัฐอีก


ไม่ใช่แต่พี่น้องชาวไทยพุทธที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่คนที่เข้าร่วมโครงการ "พาคนกลับบ้าน" เองก็ยังคัดค้าน และเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงทบทวนอย่างรอบคอบ ถือว่าเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนจริงๆ ไม่ต่างอะไรกับกระแสคัดค้านคฤหาสน์ตุลาการที่เชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

ข่าวล่าสุด