เนชั่นทีวี

ข่าว

หมู่บ้านอดีตโจรใต้...เสี่ยงน้ำผึ้งหยดเดียว

08 พ.ค. 2561 |

หมู่บ้านอดีตโจรใต้...เสี่ยงน้ำผึ้งหยดเดียว

ล่าความจริงได้เปิดประเด็นเอาไว้เมื่อวันก่อน กรณีชาวบ้านกว่า 500 คนในตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส คัดค้านนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช ที่เตรียมขอใช้พื้นที่รอบๆ 3 หมู่บ้านของตำบลสุคิริน เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับ "อดีตผู้หลงผิด" ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน โดยสาเหตุที่ชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้าน เพราะเกรงว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาสร้างปัญหา สร้างความหวาดระแวง เนื่องจากบางส่วนอาจเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง นอกจากนั้นยังอาจส่งผลทำลายทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญด้วย

นี่คือแหล่งท่องเที่ยวอันงดงามและสภาพพื้นที่ของอำเภอสุคิริน อำเภอที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงติดชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทั้งเหมืองทอง  ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ  และทะเลหมอก อำเภอนี้แหละค่ะที่กองทัพภาคที่ 4 เตรียมจะขอใช้พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ เพื่อตั้งเป็นหมู่บ้านรองรับอดีต "ผู้หลงผิด" และ "ผู้เห็นต่างจากรัฐ" ที่เคยหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านจากปัญหาไฟใต้ และปัจจุบันเข้าร่วม "โครงการพาคนกลับบ้าน" เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยและที่ทำกิน

พื้นที่ของ 3 หมู่บ้านที่จะถูกใช้สร้างเป็นหมู่บ้านแห่งใหม่ และจัดสรรเป็นที่ดินทำกินสำหรับรองรับ "ผู้หลงผิด" คือ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 42 /หมู่บ้านรักษ์ธรรม / และหมู่บ้านลีนานนท์ / ปรากฏว่าโครงการนี้ถูกคัดค้านจากพี่น้องประชาชนทั้ง 3 หมู่บ้าน / โดยมีการทำประชาคมและล่ารายชื่อคัดค้านยื่นต่อแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย

หมู่บ้านอดีตโจรใต้...เสี่ยงน้ำผึ้งหยดเดียว



เมื่อวานนี้ พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4  ได้เป็นประธานการประชุมเรื่องนี้ โดยใช้สถานที่ในศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายอำเภอสุคิริน และตัวแทนชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านเข้าร่วมหารือด้วย
 พลโทปิยวัฒน์ บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ภายหลังประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้าง ได้ข้อสรุปว่า ชาวบ้านยอมให้ใช้พื้นที่ได้ หลังจากได้ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ส่วนข้อกังวลการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ  ป่าไม้  และสิ่งแวดล้อมต่างๆ นั้น  ก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเพื่อความสบายใจ  โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับชาวบ้าน  และผู้นำในท้องถิ่น เช่น หากจะมีการก่อสร้างบ้านพักหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ จะต้องให้คณะกรรมการชุดนี้เห็นชอบด้วย

ส่วนข้อกังวลว่าคนเหล่านี้เป็นอดีตโจร หรืออาจเกี่ยวข้องกับผู้ก่อความรุนแรงมาก่อน อาจทำให้คนในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่เดิมไม่ปลอดภัยนั้น  แม่ทัพภาคที่ 4 บอกแบบนี้ว่า "พวกเขาเลิกเป็นโจรมา 30 ปีแล้ว ปัจจุบันก็อายุมาก  50 ปีขึ้นไป ตั้งใจย้ายหนีความลำบากกลับมาอยู่ประเทศไทยเพื่อชีวิตที่ดีกว่า  ขอให้วางใจได้ โดยเจ้าหน้าที่จะคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด  และพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้าน"พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีใครคัดค้านโครงการนี้ มีแต่คนพยายามปล่อยข่าว เพราะกลัวจะเสียประโยชน์ ซึ่งล่าสุดรู้ตัวคนปล่อยข่าวแล้ว เรื่องนี้ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการทหารบก รับทราบเป็นอย่างดี คาดว่าอีก 3-4 เดือนจะย้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่ได้

ขณะที่ พลตรีสมพล ปานกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส บอกว่า คนที่จะย้ายเข้าไปอยู่มี 105 คน / เป็นกลุ่ม "บุคคลสองสัญชาติ" ที่หลบหนีเข้าไปพำนักในประเทศเพื่อนบ้านเพราะความหวาดระแวง / ทั้งหมดไม่เคถูกออกหมายจับ ไม่ว่าจะคดีอะไรก็ตาม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส บอกด้วยว่า ยังไม่ได้ย้ายคนเข้าไปอยู่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่อาจใช้เวลาอีกหลายเดือน เพราะต้องพูดคุยทำความเข้าใจจนตกผลึกและได้ข้อสรุปเสียก่อน


หมู่บ้านอดีตโจรใต้...เสี่ยงน้ำผึ้งหยดเดียว



 "ล่าความจริง" ได้ส่งทีมข่าวลงพื้นที่อำเภอสุคิริน / และพบว่าชาวบ้านที่นั่นยังคงคัดค้านโครงการนี้ / ไม่ได้เห็นด้วยตามที่ฝ่ายความมั่นคงให้ข่าว / โดยชาวบ้านมีทัศนคติว่า กลุ่มผู้หลงผิดเป็นอดีตโจร และน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา / หากย้ายคนกลุ่มนี้เข้ามา ก็อาจจะทำให้พื้นที่ไม่สงบ กระทบกับการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ในชุมชน

ทีมข่าวฯ ได้คุยกับ คุณลุง วิโรจน์ ขีปนานนท์ วัย 75 ปี เป็นประธานชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลสุคิริน คุณลุงวิโรจน์ บอกว่า ขอวิงวอนไปถึงผู้เกี่ยวข้อง อย่าได้พาคนกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ที่สุคิรินเลย  เพราะจะกลายเป็นความรู้สึกแบ่งแยก และกระทบกับการท่องเยวเชิงนิเวศที่กำลังบูมอย่างมากในอำเภอสุคิริน

หมู่บ้านอดีตโจรใต้...เสี่ยงน้ำผึ้งหยดเดียว

คุณลุงวิโรจน์ บอกด้วยว่า ถ้าภาครัฐยังดึงดันที่จะพาผู้หลงผิดเข้ามาตั้งหมู่บ้าน / คนสุคิรินก็ต้องล่ารายชื่อ และเดินขบวนคัดค้านเรื่องนี้ต่อไป นี่คืออีกหนึ่งปัญหาอ่อนไหวซึ่งเป็นผลพวงมาจากความรุนแรงที่ยืดเยื้อยาวนานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกลายเป็นความหวาดระแวงระหว่างประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องเร่งทำความเข้าใจ และหาทางออกเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายออกไปจนกลายเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว"

ข่าวล่าสุด