นายบัณรส บัวคลี่ ทีมโฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค "Bunnaroth Buaklee" แจ้งความคืบหน้าหลังจากมีข้อตกลงกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังการหารือกันเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า 1.ตัวแทนของเครือข่ายฯ จะเข้าไปร่วมคณะกรรมการ 2 ชุด ที่จะแต่งตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยคณะกรรมการฟื้นฟูพื้นที่ และคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างเพื่อคืนป่าสภาพสมบูรณ์ดังเดิมกลับมา โดยคณะกรรมการฟื้นฟูจะแบ่งการทำงานในระยะเร่งด่วน ระยะกลางหรือระยะที่รื้อย้ายอาคาร และระยะยาวหลังจากรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง
ส่วนคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เครือข่ายเรียกสั้นๆ ว่าคณะกรรมการรื้อย้ายฯ จะมีตัวแทนเครือข่ายและนักวิชาการ รวมทั้งตัวแทนจากสภาวิศวกรรมสถาน เข้าไปร่วมในคณะนี้ หลังจากได้รับแต่งตั้งคณะกรรมการจะเริ่มทำงานทันที โดยทางเคริือข่ายได้ย้ำต่อที่ประชุมว่าจะต้องให้อำนาจในการดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการเรียกเอกสารและข้อมูลจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพราะนี่เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการรื้อย้ายที่ถูกกฎหมายและปราศจากข้อกังขาจากทุกฝ่าย
2.ภาคีเครือข่ายฯ ได้ตอบรับและจะเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูป่าในวันที่ 27 พ.ค.ร่วมกับภาครัฐ ภายในโครงการหมู่บ้านข้าราชการตุลาการ กิจกรรมนี้ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาผลกระทบที่จะตามมาถึงประชาชนด้านล่างบนพื้นราบ ซึ่งกิจกรรมปลูกป่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมครั้งนี้จะเชิญชวนประชาชนผูกริบบิ้นเขียวที่ข้อมือเป็นสัญลักษณ์ของประชาชนที่อยากเห็นดอยสุเทพกลับมาเป็นสีเขียวดังเดิม ทั้งนี้ ทางเครือข่ายจะระดมความเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพันธมิตร เสนอแนวทางฟื้นฟูฉบับประชาชนเข้าไปในคณะกรรมการนี้ โดยเห็นว่าการฟื้นฟูสภาพป่าจะเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่มีการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างลงไป
3.สำนักงานธนารักษ์จะเข้ารังวัดพื้นที่ แบ่งแยกอาคารที่ทำการศาลกับพื้นที่ขอคืน ในวันที่ 10 พ.ค. นี้ โดยทางเครือข่ายจะส่งตัวแทนเข้าไปร่วมชี้แนวเขต และตรงนี้เป็นอีกความคืบหน้าที่จับต้องได้ ที่เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จหลังจากที่พวกเรา เริ่มเรียกร้องรณรงค์ 4. ข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากที่ประชุม บอกว่า ผู้รับเหมามีกำหนดส่งมอบงานให้กับสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 20 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ หลังจากวันดังกล่าวจะเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มดำเนินการภาคสนามเพื่อการนำไปสู่การขอคืนพื้นที่ป่าและรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง เพราะจะเปิดให้ทีมงานคณะกรรมการจัดการสิ่งปลูกสร้างของเครือข่ายฯ จะได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และนักวิจัยด้านน้ำและธรณีวิทยาฝ่ายประชาชน ไปเก็บข้อมูลหลักฐาน ยืนยันประกอบข้อเสนอการให้รื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างลงมาตามวิธีที่ที่เครือข่ายฯ กำหนดแนวทางไว้ เราเชื่อว่า การที่ตัวแทนประชาชนได้อำนาจจัดการจากคณะกรรมการร่วมฯ จะเอื้อให้การทำงานเก็บหลักฐานรวบรวมข้อมูลต่างๆ ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ ขอไม่เปิดเผยแนวทาง วิธีการต่อสู้เพื่อจะให้เกิดการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างอาคารทั้งปวงไว้ก่อน พร้อมๆ กันนี้ จะเปิดระดมความเห็น แนวทาง-วิธีการจากผู้รู้ ผู้สนใจทั่วประเทศ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเห็นว่า แท้จริงแล้ว มีช่องทางต่างๆ มากมายที่ให้สามารถตัดสินใจ และแสดงให้เห็นว่า มีแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้รื้อย้ายอาคารรุกป่า จากทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะแค่จากจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น
5.ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเครือข่ายฯ ไปสยบยอมกับอำนาจรัฐ ไม่ต่อสู้เอาจริงเพื่อเรียกร้องป่าดอยสุเทพกลับค่ืนนั้น ถือว่า ไม่เป็นธรรมกับประชาชนด้วยกันที่เปิดหน้าสู้ ทุ่มเทเอาจริง อย่างอดทน ในแนวทางสันติ อหิงสาเป็นเวลานานข้ามเดือน จึงมีแต่ความอดทน อดกลั้น ใช้การกระทำและผลงานพิสูจน์ตัวเอง ในบั้นปลายว่า พวกเราทำคณะทำงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ มุ่งมั่นที่จะทำจนบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้เรามีเจตนาตั้งแต่ต้นที่จะใช้วิธีการชอบธรรมทางกฏหมาย และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหา เราจึงปฏิเสธการใช้มาตรา 44 หันมาเรียกร้องในวิธีการอื่น
ส่วนเรื่องการรื้อย้ายอาคารออกไปก็เช่นกัน! ที่เราจะใช้วิธีการที่ปราศจากข้อกังขา สง่างาม เป็นธรรม และชอบด้วยกฎหมาย เรามองเห็นช่องทาง และวิธีการที่ถูกต้องชอบธรรม ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ เพื่อรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างตามเจตนาของเราแล้ว หากแต่ยังต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ ตามหลักวิชาการประกอบข้อเสนอให้ถูกต้องตามระเบียบราชการ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผู้รับเหมาส่งมอบงาน 20 มิ.ย.ไปอีกระยะหนึ่ง สิ่งที่เราต้องการจะเผยออกมาอีกไม่นาน