จิม กรีน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของนาซา กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญทราบว่าดาวอังคารมีแผ่นดินไหว หิมะถล่มและอุกกาบาตพุ่งชน แต่นาซาต้องการรู้ความถี่และแนวโน้มการเกิดแผ่นดินไหว เพราะเป็นข้อมูลจำเป็นต่อการส่งคนไปสำรวจ
อุปกรณ์สำคัญในภารกิจนี้คือ เครื่องตรวจวัดความไหวสะเทือน ผลิตโดยสำนักงานอวกาศฝรั่งเศส โดยหลังจากลงจอดแล้ว ยานจะยื่นแขนกลติดตั้งเครื่องวัดนี้บนพื้นผิวดาวอังคารโดยตรง
นักวิทยาศาสตร์นาซา ระบุว่าภารกิจนี้สำคัญยิ่งยวด เนื่องจากเรากำลังจะได้ยินเสียงหัวใจของดาวอังคารเต้นด้วยเจ้าเครื่องนี้
อีกอุปกรณ์สำคัญคือ เครื่องวัดความร้อนใต้พื้นผิว ที่สำนักงานอวกาศเยอรมนีร่วมกับสำนักงานอวกาศโปแลนด์ผลิตขึ้น โดยยานจะเจาะลงไปใต้พื้นผิวดาวอังคารประมาณ 3-5 เมตร ลึกกว่ายานสำรวจดาวอังคารลำอื่น 15 เท่า
อุณหภูมิ ณ จุดลงจอดของยานอินไซท์ คาดว่าอยู่ระหว่าง ลบ 100 ถึง ลบ 20 องศาเซลเซียส
ส่วนอุณหภูมิใกล้เส้นศูนย์สูตรดาวอังคารในฤดูร้อนตอนกลางวัน อาจแตะ 20 องศาเซลเซียส แต่ตอนกลางคืน จะติดลบ 100 องศาเซลเซียส
การศึกษาทำความเข้าใจอุณหภูมิบนดาวอังคารจึงมีความสำคัญมาก สำหรับการส่งนักสำรวจไปดาวอังคารภายในคริสต์ทศวรรษที่ 2030 หรือ 2573 เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานและอยู่รอดได้
ระบบพลังงานของยาน ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และแบตเตอรีที่ออกแบบใช้งานนาน 26 เดือนตามเวลาบนโลก หรือ 1 ปีบนดาวอังคาร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาดว่าจะตรวจวัดแผ่นดินไหวได้ราว 100 ครั้ง