โดยที่สหรัฐต้องการให้จีนปรับลดอัตราการเรียกเก็บภาษีนำเข้าลงสู่ระดับที่เท่ากันกับสหรัฐ เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าสหรัฐเข้าไปในตลาดจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
3. ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความก่อนหน้านี้ระบุเป็นความหวังที่จะสามารถพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในไม่ช้า โดยเราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีและยิ่งใหญ่ตลอดไป ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังพยายามเจรจาให้มีการทำการค้าที่ยุติธรรม
เป็นที่คาดว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตรา 25% เป็นมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่สินค้าทางด้านไฮเทคจากจีน รวมทั้งจำกัดการขยายธุรกิจเทคโนโลยีโดยเข้าลงทุนซื้อหุ้นกิจการในงสหรัฐ
ขณะที่ทางการจีนหวังผลักดันให้สหรัฐเลื่อนเวลาการตัดสินใจใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าออกไป เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการขยายอุตสาหกรรมไฮเทคสู่ตลาดโลกผ่านยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Made In China 2025 เนื่องจากจีนเชื่อว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐเป็นความพยายามในการจำกัดขัดขวางการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมไฮเทคของจีน
4. ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยฐานะขาดดุลการค้าตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงในเดือนมีนาคมถึง 15.2% สู่ระดับ 49,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2017 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 50,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับการขาดดุลถคง 57,700 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์
โดยเฉพาะเป็นการขาดดุลการค้ากับจีนในเดือนมีนาคมลดลง 11.6% มูลค่า 25,900 ล้านดอลลาร์ จากการนำเข้าจากจีนลดลง 2.17% ขณะที่การส่งออกไปยังจีนพุ่งขึ้น 26.3%
5. ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุนรอดูความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสตีเวน มนูชิน และหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนโดยดัชนีหั่งเส็ง ฮ่องกง เคลื่อนไหวภาคเช้าลดลง 104.96 จุด หรือ 0.35% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องในวันสีเขียว ขฯะที่หุ้นไทยอ่อนตัวลงเล็กน้อยเพียง 0.97 จุดหรือ 0.05% แตะ 1,789.83
รวมทั้งดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ทรงตีวลดลง 9.30 จุดหรือ 0.30% ส่วนเงินหยวนอ่อนค่าลง 0.62% แตะ 6.3732 หยวนต่อดอลลาร์ เป็นการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อนการประชุมเจรจาการค้าสหวัฐและจันจะเริ่มขึ้น