พร้อมด้วยกัญชาอัดแท่ง น้ำหนักประมาณ 598 กิโลกรัม และยางกัญชา น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม รถยนต์ จำนวน 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 9 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณภายในสถานีบริการปั๊มน้ำมัน ปตท. ตำบลศรีสุทโธ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ต่อเนื่อง บริเวณสามแยกหนองแม็ก ตำบลหนองแม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณจุดกลับรถบนถนนมิตรภาพอุดร ขอนแก่น ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายเดือน มีนาคม 2561 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึด กัญชา น้ำหนักประมาณ 1,380 กิโลกรัม ได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย จึงได้สืบสวนขยายผล จนกระทั่งตามวันและเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า กลุ่มนักค้ายาเสพติดใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน กล 7925 รถยนต์ ยี่ห้อโตโบต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน 1 ฒว 722 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีขาว ทะเบียน 2 กต 5076 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะโดยใช้เส้นทางลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดหนองคาย ไปส่งต่อให้กับลูกค้าพื้นที่ตอนใน และพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าติดตามกระทั่งพบรถยนต์เป้าหมายเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จึงได้สะกดลอยติดตาม เข้าไปบริเวณลานจอดรถสถานีปั๊มน้ำมัน ปตท. อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบยาเสพติดกัญชา น้ำหนักประมาณ 598 กิโลกรัม และยางกัญชา น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม วางอยู่ในที่เก็บของด้านท้ายรถยนต์ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน เบื้องต้นแจ้งข้อหา "ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา/ยางกัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต" นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. ได้ร่วมกันจับกุม นายพรชัย หรือเค บัวแย้ม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ที่1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง ยาเสพยาบ้า จำนวน 106,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 200 กรัม ยาเคตามีน จำนวน 850 กรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จำนวน 1 คัน และรถจักยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีฟ้า จำนวน 1 คัน โดยจับกุมได้ที่ บริเวณถนนภายในซอยหมู่บ้านมหาดไทย ๑ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายพรชัย บัวแย้ม มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในพื้นที่ย่านถนนพุทธมณฑลสาย 1 และพื้นที่ใกล้เคียง คือจะรับคำสั่งจากเครือข่ายยาเสพติดเพื่อไปรับรถยนต์ พร้อมยาเสพติดที่จอดไว้ข้างทางตามจุดที่กำหนด โดยในรถจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ซึ่งในแต่ละครั้งจะมียาบ้าประมาณ 100,000 เม็ด ไอซ์ประมาณ 2 กก. และ คีตามีน ประมาณ 2 กก และซิมการ์ดโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการติดต่อในการจำหน่ายแต่ละครั้ง โดยเมื่อรับแล้วยาเสพติดจะนำมาซุกซ่อนไว้ที่บ้านของญาติ และใช้เรือในลำเลียงการเข้าออกเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง และได้ค่าจ้างประมาณ 50,000 บาท ในแต่ละครั้ง จึงแจ้งข้อกล่าวหา " ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต" นำส่งพนักงานสอบสวนบก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป