เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?

01 พ.ค. 2561 | te

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?

สัปดาห์ก่อนกระทรวงสาธารณสุขเชิญ "หมอแสง" แสงชัย แหเลิศตระกูล ไปประชุมเรื่องสมุนไพรรักษามะเร็ง และแจ้งให้ทราบว่า สมุนไพรของหมอแสงรักษามะเร็งไม่ได้


หมอแสงผิดหวังกับผลการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะที่ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกกับนักข่าวที่เฝ้าอยู่หน้าห้องประชุมว่า เป็นการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งพบว่าฤทธิ์ของสมุนไพรตำรับหมอแสง ไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้



และแม้ว่า นพ.ณรงค์ จะยอมรับว่า ผลการศึกษาเรื่องคุณภาพชีวิต สมุนไพรของหมอแสงไม่มีความเป็นพิษ สามารถใช้กับผู้ป่วยในลักษณะเป็นยาบำรุงได้ แต่ควรใช้คู่ไปกับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่าหมอแสงไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปนี้ และชี้ว่าการวิจัยในหลอดแก้วกับการรักษาจริงในตัวคน ผลที่ได้มีความแตกต่างกัน



"สิ่งที่กรมการแพทย์นำไปทดลองนั้นก็เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ เพราะเมื่ออยู่ในหลอดทดลองก็อยู่แค่นั้น แต่ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือด"


"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



หมอแสง แย้งผลการทดลองของกรมการแพทย์ พร้อมทั้งยืนยันว่า จะเดินหน้าแจกสมุนไพรให้ผู้ป่วยมะเร็งต่อไป วันที่ 2 พฤษภาคม ก็จะเดินทางไปแจกให้ผู้ป่วย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถัดมาอีก 3 วัน คือ 5-6 พฤษภาคม จะเปิดบ้านแจกที่ปราจีนบุรี หลังจากนั้นหากกระทรวงสาธารณสุข ขัดข้องและสั่งให้หยุดแจกก็จะหยุดทันที



ระหว่างคำพูดของ หมอบ้าน กับ หมอหลวง นาทีนี้รู้สึกว่าอารมณ์ของผู้ป่วยจะอ่อนไหวกับท่าทีของหมอบ้านมากกว่า เพราะถ้าหมอแสงเลิกแจกสมุนไพร ทางเลือกที่สองซึ่งดูเหมือนเป็นทางแห่งความหวังของพวกเขาก็คงดับไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้สำหรับผู้ป่วยที่ฝากผีฝากไข้ไว้กับสมุนไพรตัวนี้



และนั่นจึงทำให้ตัวแทนผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งในนาม ศูนย์วุฒิอาสาธนาคารสมอง จ.นนทบุรี นำโดย น.ส.รัตนลักษณ์ มนัสวานิช กรรมการศูนย์ และนายวิจิตร สุวรรณมาตร์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านคมนาคมและขนส่ง ศูนย์วุฒิอาสาธนาคารสมอง เดินทางไปยังกรมการแพทย์แผนไทยฯ เพื่อถามหาความรับผิดชอบและเรียกร้องให้นำผลการทดลองตามหลักวิชาการมาเปิดเผยอย่างละเอียด



วิจิตร เป็นผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก รักษาด้วยการรับสมุนไพรหมอแสงมาระยะหนึ่ง และรู้สึกว่าช่วยลดความทรมานได้มาก การที่กรมการแพทย์ประกาศว่า สมุนไพรหมอแสงรักษามะเร็งไม่ได้ ทำให้รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที เพราะขณะนี้เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่การแพทย์แผนปัจจุบันก็ช่วยไม่ได้

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



"คนป่วยเมื่อสิ้นศรัทธา สิ้นความหวังแล้ว เขาจะไปไหน เขามีความหวัง ตรงนี้เป็นการทำลายความหวัง อยากให้กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยผลการตรวจให้ชัดเจน ไม่ใช่ออกมาพูดแบบนี้ ควรมีพยาน มีหลักฐาน มีผลออกมาชัดเจนมากกว่านี้"



ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายสะท้อนความรู้สึกแบบนี้ออกมา ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีข้อมูลด้านวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ทางเลือกที่อธิบายว่า การใช้สมุนไพรรักษามะเร็งนั้นความจริงเป็นการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ใช่การฆ่ามะเร็ง



พงษ์ศักดิ์ อวัยวานนท์ เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย และ พีระ อธิปธรรมวารี ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทย แจกแจงเมื่อคราวเดินทางไปที่บ้านหมอแสง ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี วันเสาร์ที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมาว่า การใช้สมุนไพรหมอแสง เป็นการเข้าไปช่วยยับยั้งการเกิดของเซลล์มะเร็ง และช่วยฟื้นฟู สร้างภูมิต้านทานสภาพร่างกายให้สามารถสู้กับโรคร้ายได้ โดยเฉพาะ "ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้" ซึ่งเป็นตัวยาที่มีในสูตรยาสมุนไพรไทยถึง 2,449 สูตร และยังมีงานวิจัย รองรับ จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ สามารถช่วยรักษามะเร็งและเอดส์ มีฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง เกือบทุกชนิด โดยเฉพาะต่อมะเร็งปอด และเต้านม

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?




"การวิจัยฉบับนี้บอกว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่การวิจัยอีกสถาบันหนึ่งบอกว่าเป็นการฆ่าเซลล์มะเร็ง มันก็ผิดวัตถุประสงค์ ผมจึงต้องมาชี้แจงให้กระจ่างและละเอียด ไม่อย่างนั้นการเดินตามวิชาชีพเราจะสะดุด เพราะศาสตร์การแพทย์แผนไทยในการยับยั้ง และปรับองค์รวมธาตุทั้ง 4 ให้สมบูรณ์ ไม่กำเริบ ส่วนในแพทย์แผนปัจจุบันเขาจะฆ่าอย่างเดียว ซึ่งคนละแนวทางจากศาสตร์การแพทย์แผนไทย"



เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย อธิบายวัตถุประสงค์ของการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค แต่ดูเหมือนว่าหลักการของแพทย์แผนไทยที่เขาอธิบายต่างกับหลักการวิจัยของแพทย์แผนปัจจุบันที่มีขั้นตอนว่า หากการวิจัยในหลอดทดลองไม่ได้ผล ก็ถือว่าเป็นอันจบสิ้นกระบวนการ จะไม่มีการทดลองต่อในคนหรือสัตว์อีก

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



นพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย บอกว่า กรณีการวิจัยสมุนไพรตำรับหมอแสง กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรแล้ว หากไม่ได้ผลในระดับหลอดทดลองก็ถือว่าจบ หมอแสงไม่ควรกดดันกรมการแพทย์อีก เพราะไม่มีประโยชน์



"ที่กังวลคือ กลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแพทย์ว่า มะเร็งรักษาไม่หาย ทั้งที่จริงแล้วมะเร็งระยะต้นมีหลายชนิดมีโอกาสรักษาหายได้ ไม่อยากให้เสียโอกาสกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้ห้ามใช้ทางเลือกอื่น เพียงแต่ต้องได้รับข้อมูลรอบด้านด้วย หากเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เขาก็ต้องการความหวัง เราก็รู้ดี แต่เรากังวลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นระยะต้นๆ และกำลังตัดสินใจว่าจะใช้ทางเลือกหรือแพทย์แผนปัจจุบัน ตรงนี้ต้องให้ข้อมูลให้ครบ กระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาให้ข้อมูลมากขึ้นด้วย"



กระนั้น นพ.เพชร แนะนำว่า หากหมอแสงต้องการช่วยคนในเรื่องของแพทย์แผนไทย ก็มีทางออกมากมาย เช่น ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ หรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พัฒนาต่อยอด หรือหาสูตรอื่นๆ มาพัฒนา เพื่อทำให้ทุกอย่างถูกต้องดีกว่า

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



* เชื่อมั่น ศรัทธา ความหวัง *



แม้หลักการทางวิทยาศาสตร์ สรุปไปแล้วว่า สมุนไพรตำรับหมอแสง ไม่สามารถรักษามะเร็งได้ แต่ความเชื่อมั่นและศรัทธาในสมุนไพรหมอแสง ยังคงนำพาผู้ป่วยมะเร็งนับหมื่นคนมุ่งหน้าไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันขอรับสมุนไพรหมอแสง ที่จะเปิดบ้านใน ต.บางเดชะ อ.เมือง แจกให้แก่ผู้ป่วยอีกครั้งในวันที่ 5-6 พฤษภาคมนี้ อย่างไม่ขาดสาย



สมจิตร บริรักษ์ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม วัย 57 ปี เดินทางจาก จ.สระแก้ว มารับสมุนไพรหมอแสงนาน 3 ปีแล้ว กินควบคู่กับการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน สิรพร เพ็งสวัสดิ์ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก ก็เช่นกัน บอกว่าเมื่อปีที่แล้วมาหาหมอแสง รับสมุนไพรไปรวมแล้ว 6 ครั้ง พร้อมกับกินยาแพทย์แผนปัจจุบัน

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



ผู้ป่วยสองคนนี้รู้สึกว่าการรักษาด้วยสมุนไพรคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันทำให้อาการป่วยและสุขภาพดีขึ้น ผลการตรวจเลือดของ สมจิตร ดีขึ้นตลอด ส่วนสิรพร เนื้องอกที่เคยมีอยู่ 4 ซม. ตอนนี้หายไปหมดแล้ว และเม็ดเลือดก็เพิ่มขึ้น ช่วงให้คีโมเม็ดเลือดเหลือ 29 แต่ตอนนี้เพิ่มเป็น 40



การแจกสมุนไพรงวดวันที่ 5 -6 พฤษภาคมนี้ ทั้งสมจิตร และ สิรพร ก็จะมารับอีก และคงจะต้องต่อแถวยาวเหยียดร่วมกับ ดวง ช่องูเหลือม ชาว อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ผู้ป่วยมะเร็งตับอีกคนจะที่พกความหวังและความเชื่อมั่นเดินทางมารอรับสมุนไพรที่บ้านหมอแสง หลังจากลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา



ส่วน ชัยศิริ ลาวัลย์ ชายวัย 64 ปี เดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ มาลงบันทึกขอรับสมุนไพรให้ญาติซึ่งอยู่ไกลถึง จ.พะเยา เป็นครั้งแรก บอกว่า ญาติคนนี้เป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 แต่ยังมีความเชื่อมั่นในสมุนไพรหมอแสง เพราะเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว



"เป็นความประสงค์ของคนป่วย ที่ต้องการกิน เขาไม่หวั่นไหวแม้ว่าจะมีข่าวว่าผลวิจัยสมุนไพรฆ่าเซลล์มะเร็งไม่ได้ก็ตาม"



ขณะที่บรรยากาศการเดินทางมารอรับสมุนไพรบ้านหมอแสงนั้น จากการสำรวจที่พักทั้งโรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์ พบว่ายอดจองในเขต อ.บ้านสร้าง อ.ประจันตคาม และ อ.เมืองปราจีนบุรี ขณะนี้เต็มหมดแล้ว ผู้ป่วยและญาติที่ล้นจากนั้นคงต้องอาศัยวัดวาอารามตามแนวถนนสายปราจีนบุรีบ้านสร้าง พักพิงตามอัตภาพไปก่อน



แสงชัย แหเลิศตระกูล 29 เมษายน 2561



ต้องขอบคุณแพทย์แผนไทย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็ง หรือกรมการแพทย์ เขาก็บอกอยู่แล้วว่าสมุนไพรตัวสามารถนี้กินได้ไม่มีพิษ ทำให้สุขภาพดีจริงๆ



การที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ เอาสมุนไพรไปวิจัยกับเคมี ถ้าด้านเคมีฆ่าเชื้อมะเร็งในหลอดทดลองแก้วไม่ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นี่ถือว่าฆ่าไม่ได้ แต่สมุนไพรไทยนี่มันฆ่าได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์หรอก แต่มันไปเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ปรับโครงสร้างของร่างกาย โครงสร้างของเลือดมันฆ่าได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์หรอก มันเป็นสมุนไพรคนที่กินต้องมีวิจารณญาณรับชม รับฟัง ถึงจะมากิน



ส่วนคนที่เป็นมะเร็งอย่าไปอ้างอีกว่าแพทย์แต่ละโรงพยาบาลไล่กลับบ้าน จริงๆแล้วแพทย์มีจรรยาบรรณ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งบอกว่าเขารับได้หมด เป็นคำพูด ผอ.สถาบันมะเร็ง คุณไม่ไหวให้ไปสถาบันมะเร็งที่กรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่ มียา มีบ้านมีที่พัก มีคนไปดูแล

"สมุนไพรหมอแสง" ตำรับยานอกหลอดแก้ว ดีต่อใจหรือหายจริง?



กำหนดแจกจ่ายสมุนไพรฟรี ในวันหยุดต้นเดือน วันที่ 5-6 พฤษภาคมนี้ เราสงสารชาวบ้าน จะต้องแจกเพราะเนื่องจากคนมาจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินไว้แล้วและวันที่ 2 พฤษภาคม ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เราไปแจกแน่นอน



ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ จะกินให้ทำหนังสือไปที่สถาบันมะเร็ง หรือกรมการแพทย์แผนไทยฯ ทำไปรษณีย์ตอบรับกลับมา ให้ผมดูสักหน่อยว่ายอมรับสมุนไพรเราถึงจะแจกยาให้



สำหรับสถิติยอดผู้ป่วยมะเร็งแต่ละเดือนรวมแล้วระหว่าง 67 หมื่นคนผลิตสมุนไพรรองรับได้ จำนวน 4 แสนเม็ด มีส่วนผสมหลักสมุนไพร อาทิ รำข้าว สมุนไพรพื้นบ้าน ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ผลิตมานานกว่า 10 ปีแล้ว

ข่าวล่าสุด