นี่คือคำยืนยันของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านรายการศาสตร์พระราชา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถึงผลประโยชน์ที่คาดว่าไทยจะได้รับ ภายหลังจับมือเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเจ้าพ่อ "อี-คอมเมิร์ซ" อย่าง "แจ๊ก หม่า" แห่ง "อาลีบาบา กรุ๊ป" โดยเฉพาะในแง่ของ "นวัตกรรมดิจิทัล" สอดรับกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล คสช.
และแน่นอนว่าการขายทุเรียนไทย 80,000 ลูกได้ใน 1 นาที ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างอันน่าภาคภูมิใจอีกครั้ง
แต่อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานฯ เอกพร รักความสุข ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังพลเมืองไทย กลับมองสวนทางว่า รัฐบาลไม่ได้ผลักดันอะไรเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 เลย นอกจากเปิดทางให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาฉกฉวยโอกาสจากสินค้าที่มีความต้องการ หรือ "ดีมานด์" สูงอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่ไทยก็สามารถสร้างแพลทฟอร์มขายสินค้าของตัวเองได้เช่นกัน
ในความเห็นของเอกพร การจับมือกับกลุ่มอาลีบาบา เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล และไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริงอะไรเลย ทั้งยังสะท้อนปัญหาการทำงานของรัฐบาลที่ปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงอีกด้วย
ทัศนะของนักการเมืองอย่างเอกพร สอดคล้องกับนักธุรกิจผู้คร่ำหวอดอย่าง อัมรินทร์ คอมันตร์ ซึ่งมองในมุมลบว่า การจับมือกับยักษ์มีกระบองอย่าง "อาลีบาบา" เป็นการเปิดประตูบ้านให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาทำร้ายธุรกิจไทยซ้ำอีก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มซี ซ้ำรอย "กลุ่มทุนค้าปลีกยักษ์จากต่างชาติ" ที่เคยทำให้โชวห่วยไทยล่มสลายมาแล้ว
ข้อสังเกตในแง่ลบเหล่านี้ หากฟังจากนายกรัฐมนตรีที่พูดในรายการศาสตร์พระราชา ก็ต้องบอกว่านายกฯรับทราบปัญหาอยู่พอสมควร เพียงแต่ในมุมของรัฐบาล คิดว่าการรอให้ไทยพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์เสียก่อน ถึงจะเริ่มเปิดรับนวัตกรรมของกลุ่มทุนใหญ่ๆ อาจจะไม่ทันการณ์ ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล คสช.กำลังทำก็คือ พึ่งพาอาลีบาบา และพัฒนาศักยภาพของไทยไปพร้อมๆ กันถึงที่สุดแล้ว ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้รัฐบาลไทยจับมือกับ "กลุ่มอาลีบาบา" ไปเรียบร้อย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำจึงไม่ใช่การตีโพยตีพายถึงความไม่พร้อม แต่จะต้องเดินหน้าปรับตัว ปรับวิธีทำธุรกิจ ปรับกระบวนการผลิต และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่นายกฯพูดในรายการศาสตร์พระราชาเช่นเดียวกัน
แต่ปัญหาคือสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะเกิดขึ้นได้จริงๆ หรือเป็นเพียงฝันร้ายซ้ำรอยค้าปลีกไทย และธุรกิจอื่นๆ ที่โดนทุนใหญ่กระหน่ำซ้ำซัดตลอดมา