เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอขุนหาญ สนธิกำลัง ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร อาสาป้องกันพิทักษ์ป่าไม้พะยูงชายแดนไทย - กัมพูชา จังหวัดศรีสะเกษ บุกป่า ปะทะแก้งต่างด้าว แอบเข้ามาตั้งแค้มป์ตัดไม้พะยูงขายนายทุน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


บ่ายวันที่ 28 เมษายน 2561 ขณะที่ฝนตกพรำๆ ที่ป่าไม้ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอขุนหาญ, พ.ต.อ.ศิโรฐย์ อินทรสมบัติ ผกก.สภ.กันทรอม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวทางปกครองว่ามีการลักลอบทำไม้พะยูงที่บริเวณป่าภูดินสอ อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 7 กม. ท้องที่บ้านโนนทองหลาง ม.10 ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้สั่งการให้ น.ส.อมร นามบุตร ปลัดอำเภอ หน.กลุ่มงานบริหารงานปกครอง นำกำลังสมาชิก อส.อ.ขุนหาญ ที่ 6 สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ตร.สภ.กันทรอม, จนท.ทหาร ร้อย ร.1611, จนท.ตชด.224, จนท.ขสป.ห้วยศาลา บุกเข้าป่าท่ามกลางสายฝน


เมื่อเดินทางเท้าเข้าไปถึง ที่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านโนนทองหลาง ม.10 ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ พิกัด VB 246007 พบร่องรอยการขุดตอ หลายจุดจึงได้ติดตามร่องรอยการเดินของกลุ่มผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และได้ยินเสียงคนเลื่อยไม้ดังอยู่ด้านหน้าประมาณ 50 ม. จึงค่อยๆ เดินเข้าไป ขณะที่ผู้ลักลอบกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ จำนวน 5-6 คน กำลังเลื่อยไม้ และถากไม้ซึ่งลักษณะเป็นที่พักมุงด้วยผ้ายางใส ผูกเปลนอนด้านล่าง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ส่งเสียงเพื่อแสดงตัว


ฝ่ายผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ ได้ยิงปืนปะทะข่มขู่ก่อนที่จะใช้ความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าป่า แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 คน สอบถามเบื้องต้นทราบชื่อ นาย ซก รอง อายุ 16 ปี ที่อยู่ บ้านสะเอม ตำบลกันตรวจ อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ชาวกัมพูชา พร้อมของกลาง ไม้พะยูง จำนวน 4 ท่อน/เหลี่ยม (ปริมาตรรอการตรวจวัด) เลื่อยมือ จำนวน 1 ปื้น ขวาน จำนวน 1 เล่ม จากการสอบถามนายซกฯ ให้การว่าตนไม่ทราบช่องทางที่เข้ามา มีเพื่อนชวนมาด้วยกัน จำนวน 7 คน เข้ามาได้ 7 วัน โดยการมาตั้งแค้มป์ตัดไม้กันตลอด เพื่อนำไปขายให้กับนายทุน ยังฝั่งประเทศกัมพูชา กิโลละ 120 บาท แต่ไม่ทราบชื่อนายทุน


เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จึงได้รวบรวมไม้ในที่เกิดเหตุได้จำนวนหลายสิบท่อน แต่ไม่สามารถนำลงมาได้เนื่องจากพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย ห่างไกลเส้นทาง จึงได้ทำให้สิ้นสภาพโดยการเผา และควบคุมผู้ต้องหา เดินทางออกมาจากป่าลึก พร้อมของกลางบางส่วน ลงมาส่งตัวให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.กันทรอม อำเภอขุนหาญ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดเก็บรักษาไว้ที่ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยศาลา