เนชั่นทีวี

ข่าว

สองตายายเขียนป้ายติดหน้าบ้าน "วอนโจรคืนเงินครึ่งล้าน"

28 เม.ย. 2561 | kanyarat

สองตายายเขียนป้ายติดหน้าบ้าน "วอนโจรคืนเงินครึ่งล้าน"

สองตายายชาวอำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวใจสลายหลังถูกหัวขโมยแสบบุกงัดบ้านฉกเงินสด 500,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณค่ากว่า 140,000 บาท เขียนป้ายหน้าบ้านวอนโจรเอามาคืนเพราะเป็นเงินออมทั้งชีวิต ฝากบอกโจรจะเก่งอย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย พร้อมให้อภัยไม่ติดใจเอาความ และยินดีเป็นเจ้าภาพจัดงานบวชไถ่โทษให้

วันที่ 28 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งชาวบ้านหนองบัว หมู่ 6 ต.บึงนาเรียง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ว่ามีชาวบ้าน 2 ตายาย ถูกโจรตีนแมวอุกอาจงัดหน้าต่างบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้านกลางวันแสกๆ พร้อมกับเชิดเงินสดและทองรูปพรรณรวมมูลค่าเสียหายมากกว่า 600,000 บาท หลบหนีลอยนวล ระบุแจ้งความกับตำรวจท้องที่แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ ทั้งๆที่มีเบาะแส จึงเขียนป้ายติดประตูหน้าบ้านขอความเห็นใจให้นำมาคืนก่อนถูกจับดำเนินคดี



สองตายายเขียนป้ายติดหน้าบ้าน "วอนโจรคืนเงินครึ่งล้าน"






โดยผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ ต.บึงนาเรียง อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูน ครึ่งไม้ ตั้งอยู่ในย่านชุมชนคุ้มท้ายหมู่บ้าน พบนายสุริยันต์ ภูลาหา อายุ 70 ปี และนางครีม ภูลาหา อายุ 67 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ซึ่งอยู่ในอาการท้อแท้สิ้นหวัง เพราะรู้สึกเสียดายทรัพย์สินที่ถูกโจรตีนแมวขโมยไป ซึ่งเป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณ มีสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวม 7 บาท ราคาประมาณ 140,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สิน 640,000 บาท ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นเงินทองที่เก็บออมมาทั้งชีวิต จากการขายอ้อย เบี้ยยังชีพคนแก่ และรายได้ของลูกสาวที่ไปขายส้มตำที่กรุงเทพฯ ส่งมาฝากสะสมไว้ในธนาคาร ก่อนที่จะถอนออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อที่จะนำไปซื้อที่ดินจากเพื่อนบ้านไว้ให้ลูกทำกิน โดยเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าห้องนอนชั้นล่าง แต่กลับถูกโจรลักขโมยไปหมด




สองตายายเขียนป้ายติดหน้าบ้าน "วอนโจรคืนเงินครึ่งล้าน"


ทั้งนี้นายสุริยันต์ และนางครีม ได้ให้หลานสาวช่วยเขียนป้ายขอความเห็นใจจากหัวขโมยที่เข้ามาลักทรัพย์สิน ก่อนนำไปติดที่ประตูหน้าบ้าน โดยข้อความว่า "โจรจ๋า กรุณาเอาเงินมาคืนยายหน่อยจ้า ยายหมดตัวแล้ว ปล.ถ้านำมาคืน จะไม่เอาความ" พร้อมย้ำว่า ถ้านำเงินและทองรูปพรรณที่ขโมยไปมาคืน ก็พร้อมที่จะให้อภัย หรือหากอยากจะบวชเพื่อไถ่ถอนความผิด ก็ยินดีจะเป็นเจ้าภาพจัดงานบวชให้ เพราะตนเป็นคนใจบุญ ชอบเข้าวัดเข้าวา เหตุที่เกิดถือว่าเป็นกรรมเก่าที่เคยมีต่อกันเมื่อชาติก่อน อย่างไรก็ตามคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ ที่รู้ความเคลื่อนไหวของตนและรู้ว่าตนเก็บเงินทองไว้ในบ้าน จึงฉวยโอกาสตอนที่ไม่อยู่บ้าน งัดหน้าต่างหลังบ้านเข้ามาขโมยเงินทองที่เก็บในตู้เสื้อผ้าไป



นางครีม กล่าวว่า เหตุโจรลักลอบเข้ามาขโมยเงินทองดังกล่าว เกิดเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นตนไปงานศพญาติที่ จ.ขอนแก่น ขณะที่นายสุริยันต์สามี ไปตรวจสุขภาพตามที่หมอนัด ที่ รพ.สต.ประจำตำบล จึงไม่มีคนอยู่เฝ้าบ้าน และก็ไม่ได้นำเงินทองจำนวนนั้นติดตัวไป หรือเก็บซ่อนไว้อื่น เนื่องจากเป็นความเคยชิน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายมีโจรเข้ามาลักขโมย




สองตายายเขียนป้ายติดหน้าบ้าน "วอนโจรคืนเงินครึ่งล้าน"

"ตามที่สอบถามเพื่อนบ้าน ที่ได้ยินเสียงสุนัขในคุ้มเห่า ช่วงเกิดเหตุน่าจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งได้เบาะแสผู้ต้องสงสัย เป็นชายรูปร่างผอม แต่งตัวเหมือนคนงานตัดอ้อย สวมหมวกไหมพรมสีน้ำตาลปิดพรางใบหน้า สูงประมาณ 165-170 ซม. ใช้จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮ้อนด้า เวฟ สภาพกลางเก่ากลางใหม่ ไม่ทราบสีแน่ชัด และจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับลาดตระเวนในหมู่บ้าน พอสบโอกาสก็จอดห่างจากบ้านเป้าหมายที่ก่อเหตุประมาณ 30 เมตร แล้วเดินอ้อมไปทางหลังบ้าน ก่อนจะใช้มีดพร้าที่ใช้สำหรับตัดอ้อย เป็นเครื่องมือในการงัดลูกกลอนหน้าต่าง แล้วเข้าไปค้นและขโมยเงินทองไปอย่างง่ายดาย เพราะไม่ได้ติดลูกกรง และตู้เสื้อผ้าที่เก็บเงินทองไว้ก็ไม่ได้ใส่กุญแจ" นางครีมกล่าว

นางครีม กล่าวต่อว่า วันนั้น ตนกลับเข้าบ้านประมาณ 2 ทุ่ม พอเข้าไปในบ้านก็รู้สึกเอะใจ เพราะเห็นไฟในห้องเปิดอยู่ ขณะที่ประตูก็ล็อคปิดไว้ จึงไขกุญแจเปิดเข้าไปในห้อง ก็ต้องตกใจเพราะเห็นหน้าต่างเปิดแง้มอยู่ สังเกตลูกกลอนหน้าต่างถูกง้างออก ก็เข้าใจทันทีว่ามีคนร้ายงัดเข้ามาในห้อง และพอสำรวจตู้เสื้อผ้าที่ซ่อนเงินทองไว้ก็เกือบจะเป็นลม เพราะมีร่องรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนสติจะแตก เข่าอ่อนทรุด รีบสาละวนค้นหาเงินทองที่เก็บไว้ก็ไม่พบ จะเห็นก็เพียงธนบัตร 20 หนึ่งใบ ที่คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้ายทิ้งเป็นหลักฐาน หรือเป็นการวางเคล็ดโจรกรรมของมิจฉาชีพ




หลังจากตั้งสติได้และเชื่อว่าถูกโจรลักลอบเข้ามาขโมยเงินทองไป ก็ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก ให้เข้ามาตรวจสอบหาร่องรอยคนร้าย จนถึงวันนี้ ผลการตรวจรอยนิ้วมือแฝงและสืบหาตัวคนร้ายยังไม่คืบหน้า ได้แต่ท้อแท้สิ้นหวัง แต่ก็ยังหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสืบจับคนร้ายได้ และตนก็เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่นในพื้นที่



อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รอผลการติดตามตัวคนร้าย ตนก็ให้โอกาสคนร้ายได้นำทรัพย์สินที่ขโมยไปกลับมาคืน โดยเขียนป้ายบอกและฝากสื่อเพื่อให้ไปถึงหูคนร้ายว่า ถึงโจรจะเก่ง เป็นมืออาชีพขนาดไหน ก็หนีเงื้อมมือกฎหมายไม่พ้นหรอก หากกลับใจคืนเงิน ตนก็พร้อมจะให้อภัยและยินดีเป็นเจ้าภาพบวชไถ่ถอนความผิดให้ หากต้องการ เพราะตนเป็นคนใจบุญ ชอบเข้าวัดเข้าวา ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองใครด้าน พ.ต.ท.รัฐพงษ์ ทองชื่นตระกูล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยเม็ก กล่าวว่า คดีดังกล่าวตำรวจสภ.ห้วยเม็กได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่คืนวันที่ 25 เม.ย.ที่ได้รับแจ้ง ซึ่งหลักฐานที่พบมีเพียงมีดพร้า ที่วางอยู่บริเวณหลังบ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องทุ่นแรงที่คนร้ายใช้ก่อเหตุโดยงัดหน้าต่างเข้าไปลักทรัพย์สินของเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ภายในห้องที่เกิดเหตุ ยังพบธนบัตรไทย ราคา 20 บาทหนึ่งใบ ซึ่งอยู่ในขันตรวจการตรวจสอบโดยละเอียดถึงที่มาของหลักฐาน รวมถึงผลพิสูจน์รอยนิ้วมือแฝง



ทั้งนี้ได้จัดกำลังสายสืบลงพื้นที่สืบสวนอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด และขาดพยานหลักฐานแน่ชัด จึงจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบสักระยะ อย่างไรก็ตาม ก็อยากฝากเตือนประชาชน ที่หากมีเงินสดหรือทรัพย์สินมีราคา ไม่ควรเก็บไว้ในบ้านหรือพกติดตัว เพราะอาจจะเกิดอันตราย ถูกคนร้ายแย่งชิงและลักขโมยได้ ควรนำไปฝากไว้กับสถาบันการเงินจะปลอดภัยที่สุด หรือหากมีธุระเดินทางไปที่อื่น ก็สามารถฝากบ้านไว้กับตำรวจได้ เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกมิจฉาชีพก่อเหตุลักขโมย

ข่าวล่าสุด