ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อนายคิม จองอึน กลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรก ที่ข้ามไปฝั่งใต้ ในรอบ 65 ปี พร้อมกับการจับมือกันอย่างอบอุ่นกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ก่อนการประชุมสุดยอดที่แบกความหวังว่า จะนำมาซึ่งสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประธานาธิบดีมุนได้ต้อนรับนายคิม ที่สวมสูทเหมาและเดินทางมาถึงโดยรถยนต์ เมื่อเวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.30 น. ตามเวลาในไทย ก่อนข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารที่เรียกว่า เส้นขนานที่ 38 ไปยังฝั่งใต้ และชวนประธานาธิบดีมุนข้ามไปฝั่งเหนือ ก่อนจะข้ามกลับมาฝั่งใต้ด้วยกัน และเดินผ่านแถวทหารองครักษ์โบราณ ไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่ปันมุนจอม หมู่บ้านที่เป็นสถานที่ลงนามสงบศึกเมื่อปี 2496

(คลิปข่าว) เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 2 เกาหลี



การพบกันระหว่างสองผู้นำเกาหลี ที่อายุห่างกันถึง 31 ปี แสดงให้เห็นทั้งคู่ยิ้มให้กัน สบตากันด้วยไมตรีจิตต่อหน้าสายตาชาวโลก ซึ่งตอนที่นายคิมเดินไปหาประธานาธิบดีมุน ใบหน้าของเขาท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกที่เบิกบานอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่เขาเดินข้ามแท่งปูนที่เป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งสองเกาหลี เขาบอกว่า "ง่ายจัง" พร้อมกับพูดต่อว่า "ทำไมเราต้องรอถึง 11 ปี ถึงค่อยทำแบบนี้" ซึ่งเขาหมายถึงการประชุมสุดของสองเกาหลี ที่เปียงยาง เมื่อปี 2550


ประชุมเริ่มเมื่อเวลา 10.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เร็วกว่ากำหนด 15 นาที ซึ่งมีรายงานด้วยว่า เขาขนสุขภัณฑ์ส่วนตัวมาด้วย เพราะไม่อยากใช้ห้องน้ำสาธารณะ ตอนที่ไปถึงอาคารสันติภาพ นายคิมบอกด้วยว่า "ผมเดินมาประมาณ 200 เมตร"


นายคิมกล่าวก่อนที่สื่อจะถูกขอให้ออกจากห้องประชุมว่า เรามาคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำให้เกิดผลลัพท์ที่ดี ที่ไม่เหมือนครั้งสุดท้ายที่เราไม่ประสบความสำเร็จ และต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่ ผมอยากทำให้ได้อย่างที่ผู้คนพากันคาดหวัง"


เขาบอกต่อมา "ผมมาที่นี่เพื่อส่งสัญญาณการเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยคำความคิดที่ตรงไปตรงมา จริงจังและซื่อสัตย์ ....ไม่สำคัญว่าข้อตกลงหรือแถลงการณ์จะออกมาดีแค่ไหน ถ้ามันถูกใช้อย่างไม่เหมาะสม มันก็จะนำไปสู่ความผิดหวัง"


(คลิปข่าว) เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 2 เกาหลี



ส่วนประธานาธิบดีมุน ได้ชื่นชมการตัดสินใจที่กล้าหาญของนายคิม ที่เดินข้ามไปยังฝั่งใต้ และหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน ที่อาจจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่ชาวเกาหลีทั้งหมด รวมถึงประชาชนที่ต้องการสันติภาพด้วย


ประธานาธิบดีมุน กล่าวต่อนายคิมว่า ผมคิดว่าเราต่างรู้สึกเหมือนแบกภาระอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า เมื่อคุณข้ามพรมแดนทหารมาเป็นครั้งแรก ปันมุนจอมก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไม่ใช่สัญญลักษณ์ของการแบ่งแยกอีกแล้ว"


การประชุมสุดยอดช่วงเช้าได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และผู้นำทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปรับประทานอาหารกลางวัน โดยนายคิมและคณะผู้แทนเดินข้ามไปฝั่งเหนือ แต่มีรายงานด้วยว่า เขาได้นำสุดยอดเชฟมาที่ปันมุมจอม เพื่อทำบะหมี่เย็นด้วย ซึ่งนายคิม ยังบอกด้วยว่า เขาหวังว่า ประธานาธิบดีมุนจะเอร็ดอร่อยกับบะหมี่เย็นเปียงยางที่ห่างไกล" ก่อนจะบอกต่อว่า "โอ ผมไม่ควรพูดว่าไกล ก่อนจะมีเสียงหัวเราะจากประธานาธิบดีมุนและเจ้าหน้าที่อีกหลายคน