ไปต่อกันอีกหนึ่งประเด็นทุจริต เป็นเรื่องอื้อฉาวในวงการผ้าเหลือง คือกรณีที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พันตำรวจโท พงษ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เข้าแจ้งความกล่าวโทษพระเถระผู้ใหญ่ 5 รูป เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบอุดหนุนการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม และงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา มูลค่าความเสียหายราวๆ 70 ล้านบาท โดยพระเถระทั้ง 5 รูปนี้ เป็นพระจาก 3 วัดดังในกรุงเทพฯ และมี 3 รูปเป็นพระราชาคณะ "ชั้นพรหม" ทั้งยังดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

(คลิปข่าว) เปิดเส้นทางเงินทอนวัด "เจ้าหน้าที่–พระ-สีกา"


ก่อนหน้านี้ ได้มีองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาหลายองค์กร ออกมาเดินสายยื่นถอดถอน พันตำรวจโทพงศ์พร ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เพราะปฏิบัติเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้อำนาจดำเนินคดีพระ แต่ให้มีบทบาทเป็นเลขานุการคณะสงฆ์ พร้อมทั้งปกป้องพระเถระผู้ใหญ่ว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่กล่าวหา

(คลิปข่าว) เปิดเส้นทางเงินทอนวัด "เจ้าหน้าที่–พระ-สีกา"


"ล่าความจริง" ตรวจสอบข้อมูลประเด็นนี้พบว่า การรวบรวมหลักฐานทั้งในส่วนของ "เงินทอนวัดเฟส 3" และการทุจริตงบก้อนอื่นๆ ของสำนักพุทธฯ มีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นแม่งาน ซึ่งก็ตรงกับที่ "ล่าความจริง" เคยรายงานไปตั้งแต่ช่วงต้นปีว่า ตำรวจสอบสวนกลางกำลังเก็บข้อมูลพฤติกรรมพระนอกรีต หรือกระทำผิดกฎหมายทุกระดับ และพบว่ามีพระที่เข้าข่ายกระทำความผิดจำนวนมาก

สำหรับวิธีการทำงานของตำรวจสอบสวนกลาง ได้ใช้หน่วยงานในสังกัด ลงพื้นที่เก็บข้อมูล และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจ ปปป. ตำรวจกองปราบปราม ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้อยู่ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

(คลิปข่าว) เปิดเส้นทางเงินทอนวัด "เจ้าหน้าที่–พระ-สีกา"



ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ก็เช่น วัดใหญ่บางวัดในกรุงเทพฯ ได้รับเงินอุดหนุนการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ราวๆ ปีละ 32 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม เมื่อตรวจสอบเส้นทางเงินร่วมกับสำนักงาน ปปง. ก็พบว่า มีการโอนเงินและออกเช็คสั่งจ่ายจากเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯบางราย ไปให้พระในวัดซึ่งไม่มีการจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม จากนั้นเงินก็ถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาสที่ไม่เกี่ยวข้อง และมีบางส่วนโอนเข้าบัญชีสีกาที่ใกล้ชิดกับพระ และยังมีบางส่วนโอนคืนเป็น "เงินทอน" ให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ที่โอนเงินให้อีกด้วย


ข้อมูลนี้ สอดคล้องกับข่าวเจ้าหน้าที่ ปปง. นำหลักฐานเส้นทางการเงินทั้งหมดที่รวบรวมได้จากพระ เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ และฆราวาสที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ตั้งแต่เมื่อวาน

ฉะนั้นคดีนี้ จึงเป็นการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกันจากหลายหน่วย ส่วนคุณพงศ์พร ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ เข้าแจ้งความในฐานะเป็นผู้เสียหายเท่านั้น เรื่องนี้บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องใหญ่ และยังไม่จบง่าย เพราะพัวพันกับทั้งพระและฆราวาสจำนวนมาก ซึ่งล่าความจริงจะทะยอยนำข้อมูลมารายงานให้ทราบเป็นระยะต่อไป