ตำรวจภาค 3 ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด บ้าน รถหรู ทองรูปพรรณ เงินในบัญชีธนาคาร และโรงงาน รวม 82 รายการ ของเครือข่ายยาบ้า เรือนจำเขาบิน มูลค่า 50 ล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline



ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดบ้าน รถหรู ทองรูปพรรณกว่า50ล.





ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 เมษายน พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภาค 3) พร้อมพลตำรวจตรีวัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.จ.) นครราชสีมา และนักสืบสวนสอบสวนปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตามมาตรา 3 (1) และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542




ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดบ้าน รถหรู ทองรูปพรรณกว่า50ล.





โดยมีทรัพย์สินถูกตรวจยึดและอายัดเป็นรถยนต์หรู 4 คัน บ้านจัดสรร 3 หลัง ทองรูปพรรณ เงินในบัญชีธนาคาร และโรงงานผลิตยางพารา รวมจำนวน 82 รายการ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จากนั้นคณะ ฯ ได้เดินทางไปตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่หมู่บ้านเดอะเฮาส์ หมู่ 6 ต.สุรนารี อ.เมือง ฯ ซึ่งเป็นบ้านหรูสองชั้น จำนวน 3 หลัง รวมมูลค่า 5,700,000 บาท ล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรม ฯ มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว ตามคำสั่ง ที่ ย. 61/2561 ลงวันที่ 2 เมษายน 2561 อยู่ระหว่างเสนอเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน




พล.ต.ท ดำรงศักดิ์ ฯ ผบช.ภาค 3 เปิดเผยพฤติการณ์ของคดีว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ได้จับกุมนายฐานุพงศ์ ธรรมอันและพวกรวม 4 คน พร้อมยาบ้า 210,000 เม็ด สารไอซ์ 11 กิโลกรัม ในขณะกำลังเตรียมลำเลียงยาเสพติดไปส่งที่กรุงเทพ ได้ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี จากการขยายผลนายฐานุพงศ์ ฯ และพวกรวม เป็นเครือข่ายยาเสพติดของนายอาซัน ฯ พ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ชนเผ่าเย้า อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นักโทษชายที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งมีเครือข่ายกระจายยาเสพติดส่งต่อทั่วประเทศ โดยมีนางสาวนวพร จันทรรัศมี หญิงสาวคนสนิท ทำหน้าที่การเงิน บริหารจัดการทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด



ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดบ้าน รถหรู ทองรูปพรรณกว่า50ล.





จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดอุบลราชธานีและได้อนุมัติให้จับกุมนางสาวนวพร ฯ พร้อมกับพวกรวม 4 คน ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางสาวนวพรฯ ในความผิดฐานสมคบและสนับสนุนฯ ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฯ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ฯ จึงได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินดังกล่าว ต่อมาศาล ฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวนวพร ฯ 6 ปี และพวก 3 คนๆละ 4 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.การฟอกเงินและยกฟ้องในความผิดฐาน สมคบและสนับสนุน ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ส่วนนายฐานุพงศ์ ฯ ถูกคุมขังที่เรือนจำศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต