ซึ่งถูกคนร้ายตามถีบรถจักรยานยนต์ล้ม ก่อนจะทุบตีทำร้าย และพยายามข่มขืน แต่เหยื่อฮึดสู้จนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 ที่ริมถนนบ้านสีถาน-โนเมือง ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งคดีนี้มีการจับกุมและส่งฟ้องนายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ที่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีมาโดยตลอด
กระทั่งศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ให้ประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท ซึ่งแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านมานานกว่า 2 ปีกับ 4 เดือนแล้ว ครอบครัวน้องสโนว์ยังคงไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต เนื่องจากเป็นการพรากชีวิตคนในครอบครัวไปอย่างที่ไม่มีวันหวนกลับ และต้องต่อสู้คดีเพื่อให้น้องสโนว์ได้รับความเป็นธรรม
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าไปสอบความความเป็นอยู่ของครอบครัวน้องสโนว์ที่บ้านเลขที่ 94 บ้านโนเมือง ม.12 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งพบกับนายกฤษณ์ นางลำไย พลประสิทธิ์ พ่อแม่น้องสโนว์ และน.ส.ภัทรานิตย์ พลประสิทธิ์ พี่สาวน้องสโนว์ ซึ่งยังคงใช้ชีวิตปกติประจำวัน ซึ่งนางลำไย พลประสิทธิ์ ยังคงยึดอาชีพขายกระเป๋าและร้องเท้าที่ตลาดนัด อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ส่วนน.ส.ภัทรานิตย์ พลประสิทธิ์ พี่สาวน้องสโนว์นั้นดูแลลูกและเปิดร้านขายของชำเล็กๆอยู่ที่บ้าน พร้อมกับนำภาพถ่ายน้องสาวทั้งจากภาพที่ล้างอัดมาแล้ว และภาพเก่าในเฟสบุ๊กของน้องสโนว์กว่า 200 ภาพมาติดไว้ข้างฝาผนังบ้าน เพื่อให้น้องสาวเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว อีกทั้งยังคงทำความสะอาดภาพถ่ายของน้องอยู่เป็นประจำ