เนชั่นทีวี

ข่าว

สาวไลฟ์สดแฟนหนุ่มเมายาทำร้ายเบ้าตาแตก ยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด

24 เม.ย. 2561 | Pattana_sri

สาวไลฟ์สดแฟนหนุ่มเมายาทำร้ายเบ้าตาแตก ยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด

สาวไลฟ์สดโชว์สภาพสะบักสะบอม ประจานแฟนหนุ่มทำร้าย ต้นเหตุจากเรื่องหาบุหรี่ไม่เจอ ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่าย เข้าพบตำรวจแล้ว ฝ่ายหญิง ยันดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะถูกทำร้ายมาตลอดที่คบกัน 3 ปี

สาวไลฟ์สดโชว์สภาพสะบักสะบอม ประจานแฟนหนุ่มทำร้าย ต้นเหตุจากเรื่องหาบุหรี่ไม่เจอ ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่าย เข้าพบตำรวจแล้ว ฝ่ายหญิง ยันดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะถูกทำร้ายมาตลอดที่คบกัน 3 ปี ด้านแฟนหนุ่ม อ้างลงมือทำครั้งแรกเพราะถูกด่าบุพการี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจาก ช่วงเวลา 23.00 น.วานนี้ (23 เม.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ SuperGirl VeryHero ได้มีการเผยแพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊ค หรือไลฟ์สด เป็นภาพใบหน้าของตนเอง ที่มีอาการบอบช้ำที่บริเวณใบหน้า เบ้าตาข้างขวาเขียวช้ำเกือบปิด สันจมูกและริมฝีปากข้างขวามีรอยฟกช้ำ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้เล่าเหตุการณ์ที่ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายหลายครั้งด้วยความคับแค้นใจ ล่าสุดได้ทำร้ายร่างกายตนเองอย่างหนักดังที่ปรากฏด้วยสาเหตุเพียงทะเลาะกันเรื่องโยนบุหรี่ของฝ่ายชายทิ้ง เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ที่ผ่านมาก่อนจะมาไลฟ์สดดังกล่าว

นอกจากนั้น หญิงสาวดังกล่าว ยังเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองเคยโดนทำร้ายจนถึงขั้นถูกหามส่งโรงพยาบาล รวมทั้งเคยมีปัญหากันจนตัดสินใจกระโดดตึก 7 ชั้นเพื่อฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จและเสียเงินรักษาหลายแสนบาท แต่ที่ยังทนอยู่เพราะรักฝ่ายชายมาก แม้ว่าฝ่ายชายจะอารมณ์รุนแรงชอบทำร้าย และเคยแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยถูกลงโทษดำเนินคดี นอกจากนั้นแล้วฝ่ายชายยังเกาะตนเองกิน ไม่ทำงาน นำเงินที่ได้มาจากมารดาไปเสพยาและพนันบอล โดยหลังจากที่หญิงสาวรายนี้ได้ทำการไลฟ์สด ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลายพันคน และมีการแชร์คลิปภาพดังกล่าวออกไปอีกนับหมื่นครั้ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย

สาวไลฟ์สดแฟนหนุ่มเมายาทำร้ายเบ้าตาแตก ยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (24 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่หอพักชื่อ ลิ้งค์แมนชั่น ตั้งอยู่ถนนโพธาราม ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่พักที่ผู้หญิงที่ไลฟ์สดดังกล่าว ทราบภายหลังว่าชื่อ ตูน (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) ซึ่งไม่พบตัวผู้หญิงคนดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ได้รับการประสานผ่านทางคนดูแลที่พักว่าผู้หญิงคนนี้ได้ออกไปทำธุระข้างนอก และจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก เพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวเหตุที่เกิดขึ้น ด้านแฟนหนุ่มนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเชิญตัวมาพบต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสรยุทธ โม่งปราณีต อายุ 33 ปี แฟนหนุ่มของผู้หญิงที่ถูกทำร้าย พร้อมกับ นางสุพัตรา ศรีสวัสดิ์ อายุ 48 ปี ผู้เป็นแม่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.ช้างเผือก โดยนายสรยุทธ์ยอมรับสารภาพ โดยอ้างว่า สาเหตุที่ลงมือทำร้ายแฟนสาว เนื่องมาจากไม่พอใจที่มีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย พาดพิงไปถึงผู้เป็นพ่อและแม่ โดยเพิ่งเคยก่อเหตุลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาวเป็นครั้งแรก และตัวเองเป็นคนเลี้ยงดูผู้หญิงมาตลอด 2-3 ปีที่คบกันมา ขณะที่ หญิงผู้เสียหาย เพิ่งจะเริ่มมีรายได้จากการขายของออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ ส่วนนางสุพัตรา ยืนยันว่า ลูกชายไม่ได้เกาะผู้หญิงกินอย่างที่แฟนสาวกล่าวหา โดยทางแม่เป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้ลูกชายใช้เดือนละ 18,000 บาท ไม่รวมค่าหอพัก, ค่าซักผ้า และค่ายาคุมที่ให้ฝ่ายหญิงกิน

หลังจากนั้น ประมาณ 13.30 น. น.ส.ตูน (นามสมมุติ) หญิงสาวที่ถูกทำร้าย ได้เดินทางมาพร้อมแม่เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเกี่ยวเหตุที่เกิดขึ้น โดยยังอยู่ในสภาพบอบช้ำ ใบหน้าบวมปูดและมีรอยฟกช้ำอย่างหนักที่เบ้าตาขวา ซึ่งระหว่างให้การและสอบปากคำไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในห้องสอบสวนแต่อย่างใด โดยหลังพูดคุยกับพนักงานสอบสวนประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว น.ส.ตูน ไปโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบการสืบสวนคดี ต่อไป

โดยระหว่างที่กำลังเดินไปที่รถตำรวจ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม น.ส.ตูน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยน.ส.ตูน บอกเพียงว่าไม่อยากให้เป็นข่าว และที่ผ่านมาทนมาโดยตลอด แต่หลังจากนี้คงไม่ทนอีกต่อไป ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับแฟนหนุ่มจนถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่คบหากับแฟนหนุ่มรายนี้ ถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่หลังจากนี้จะเลิกคบกันอย่างแน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.อมรชัย ปัญญา ผกก.สภ.ช้างเผือก เปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย กับนายสรยุทธ แฟนหนุ่มที่ก่อเหตุ ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ต้องรอผลการตรวจร่ายกายของแฟนสาวที่ถูกทำร้ายอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่าเป็นการทำร้ายจนถึงอาการสาหัส โทษก็จะหนักขึ้น ต้องส่งฟ้องศาลและยอมความไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ยังต้องคุมตัวผู้ต้องหาไว้ก่อน และพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการอนุญาตประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจร่างกายหญิงสาวผู้เสียหาย ซึ่งจะทราบผลในเร็วๆนี้

ขณะที่ เรื่องของยาเสพติดที่มีการกล่าวอ้างถึงว่าฝ่ายชายมีการเสพ ยาเสพติดเป็นมูลเหตุให้ทำร้ายหญิงสาวนั้น จะมีการตรวจสอบอีกครั้งหลังจากนี้ รวมทั้งเรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายและเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลายครั้งแต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ นั้น ยืนยันว่าระหว่างที่ตัวเองรับผิดชอบ เพิ่งได้รับทราบเหตุในครั้งนี้ ไม่มีข้อมูลรายงานที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ แต่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายต่อไป

ข่าวล่าสุด