ผวาทุจริตทำ"สหกรณ์"แห่ซบตลาดหุ้น
สหกรณ์ออมทรัพย์แห่ลงทุนตลาดหุ้นหวังผลตอบแทนสูงขึ้น ขณะบลจ.กสิกรไทย เผยเม็ดเงินใหม่จากสหกรณ์เพิ่มต่อเนื่อง แต่ละรายลงทุนหลัก 100-1,000 ล้าน แม้จะมีข้อจำกัดการลงทุนสูง โดยลงได้เฉพาะหุ้นรัฐวิสาหกิจ-แบงก์เท่านั้น
กิตติคม สุทธิวงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เคยกล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงการให้บริการในส่วนของกองทุนส่วนบุคคลพบว่า ช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าสหกรณ์ออมทรัพย์เข้ามาใช้บริการมากขึ้นเพื่อต้องการหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น โดยในระยะหลังพบว่าสหกรณ์เข้ามาลงทุนในตลาดมากขึ้นและยิ่งชัดเจนมากหลังจากที่เกิดปัญหาสหกรณ์ขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทำให้การหาผลตอบแทนในระดับที่สูงจึงทำได้ยากมากขึ้น กลุ่มสหกรณ์จึงมาหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยเป็นการทดแทน
"การลงทุนของสหกรณ์นั้น นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่มากกว่า 4-5% ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนได้ประมาณ 5-6% ทำให้สหกรณ์ที่ลงทุนสามารถจ่ายปันผลให้ผู้ลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตามสหกรณ์ยังมีข้อจำกัดการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่มากเช่นกัน"
สอดคล้องกับข้อมูล "เกษตร ชัยวันเพ็ญ" รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด ที่ระบุว่าในปี 2561 นี้ พบว่าพอร์ตกองทุนส่วนบุคคลของบริษัทในส่วนของลูกค้าสหกรณ์ออมทรัพย์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งจำนวนลูกค้าก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยเช่นกันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่มีเงินฝากจำนวนมาก ซึ่งเงินที่เหลือจากการปล่อยกู้แล้วส่วนใหญ่จะนำไปบริหารเพื่อหาผลตอบแทน ซึ่งก็มีมาลงทุนผ่านกองทุนรวมส่วนบุคคลเพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ระดับต่ำ
สำหรับกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์จะมีเงินลงทุนบริหารในกองทุนรวมส่วนบุคคล เฉลี่ยตั้งแต่ 100-1,000 ล้านบาท ตามขนาดสหกรณ์ โดยเงินลงทุนของสหกรณ์จะลงทุนในหุ้นไทย 100% มีหลักเกณฑ์สามารถลงทุนในหุ้นได้เฉพาะกลุ่มหุ้นรัฐวิสาหกิจและธนาคารพาณิชย์เท่านั้น หรือมีจำนวนหุ้นที่สามารถลงทุนได้ตามเกณฑ์ดังกล่าวเพียง 10-12 ตัว จากหุ้นในตลาดทั้งหมด 400 กว่าตัว
ทั้งนี้บริษัทมีกลยุทธ์ในการลงทุนดังกล่าวหาจังหวะเข้าออกให้ตามภาวะตลาดขึ้นลง ซื้อตอนราคาปรับลดลง และขายเมื่อราคาปรับขึ้น พยายามสร้างผลตอบแทนให้ได้มากกว่าที่สหกรณ์ต้องจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นที่ 4-6% ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทยังสามารถสร้างผลตอบแทนคาดหวังได้ 4-6% หรือมากกว่า ซึ่งในภาวะตลาดผันผวนปีนี้ มองว่าน่าจะสามารถหาจังหวะเข้าออกทำผลตอบแทนได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
ขณะที่ เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยอมรับว่าการลงทุนของกลุ่มสหกรณ์ในตลาดหลักทรัพย์มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนโดยตรงของสหกรณ์อาจทำได้ยากกว่า เนื่องจากติดข้อกำหนดในเรื่องของผู้สอบบัญชีในบางด้าน แต่จะให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเข้ามาช่วย ถือเป็นการจ้างมืออาชีพเข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการลงทุน แต่เมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาดการลงทุนของสหกรณ์ยังไม่ได้มูลค่าที่สูงมากนัก