สำหรับสินค้าอาหารที่ว่านั้นคือสิ่งที่คนไทยโดยเฉพาะคนอีสานที่รู้จักกันดีมีทุกบ้าน "ปลาร้า!!!"พูดง่ายๆ ว่าคนไทยจะได้กินปลาร้าที่มีคุณภาพอย่างดีตามสเปกที่ทางการเขากำหนดมา!!สำหรับรายละเอียดตามประกาศคัดมาในส่วนที่สำคัญได้ดังนี้
ส่วนประกอบสำคัญและเกณฑ์คุณภาพ
ปลา ทำจากปลาชนิดไม่มีพิษ ไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีคุณภาพเหมาะสม โดยทั่วไปทำจากปลาน้ำจืด เช่น ปลากระดี่ ปลาสร้อย ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาเบญจพรรณ หรือปลาทะเล เช่น ปลาจวด ปลาไล้กอ หรือปลาปากคม
เกลือ เป็นเกลือที่สะอาดไม่พบสิ่งแปลกปลอม
รำข้าว รำข้าวคั่ว และข้าวคั่ว สะอาด ใหม่ ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนและไม่มีแมลง เช่น มอด และชิ้นส่วนของแมลง รวมทั้งสิ่งแปลกปลอม เช่น กรวด ทราย
เกณฑ์คุณภาพ คุณลักษณะทางกายภาพของปลาร้า ลักษณะทั่วไป ส่วนประกอบต้องคลุกเคล้าให้เข้ากันพอดีไม่แห้ง แฉะ หรือเละเกินไปตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า เนื้อปลาต้องนุ่ม สภาพผิวคงรูป หนังไม่ฉีกขาด
-สี ต้องมีสีปกติตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า เนื้อปลามีสีชมพูอ่อนหรือสีอื่น เช่น สีเหลืองอ่อน สีส้มอ่อน สีน้ำตาลอ่อน
- กลิ่น ต้องหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นคาว กลิ่นอับ กลิ่นหืน กลิ่นสาบ กลิ่นเหม็นเปรี้ยว
- กลิ่นรส มีกลิ่นรสที่ดี ตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นอื่นที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นรสเปรี้ยวบูด ปริมาณเกลือ ต้องมีปริมาณเกลือ (โซเดียมคลอไรด์) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 โดยน้ำหนัก
พยาธิ ต้องไม่พบพยาธิเลย ทั้งตัวอ่อนพยาธิตัวจี๊ด และตัวอ่อนพยาธิใบไม้ในตับ
ข้อบกพร่องอื่นๆ ที่ต้องไม่พบเลย คือ 1.สิ่งแปลกปลอม เช่น เส้นผม ดิน ทราย กรวด 2.แมลง เช่น มอด ตัวอ่อนของแมลงหนอน ชิ้นส่วนแมลง ขนสัตว์ สิ่งปฏิกูล และ 3.ชิ้นส่วนของสัตว์อื่นที่ไม่ใช่ปลา 4.ปลาชนิดอื่นที่ไม่ได้ระบุในฉลาก ไม่ควรพบเกินร้อยละ 5
วัตถุเจือปนอาหาร ห้ามใช้สีและวัตถุกันเสียทุกชนิดรวมไปถึงจะต้องไม่มีสารปนเปื้อน โดยมีปริมาณสูงสุดของสารปนเปื้อนในปลาร้าต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดคือ
สารตะกั่วไม่เกิน 1.0 มก.ต่อน้ำหนัก 1 กก., สารหนูในรูปอนินทรีย์ไม่เกิน 2.0 มก.ต่อน้ำหนัก 1 กก. และสารปรอทไม่เกิน 0.5 มก.ต่อน้ำหนัก 1กก.(สำหรับปลาทะเล) และไม่เกิน 0.02 มก.ต่อน้ำหนัก 1 กก. (สำหรับปลาน้ำจืด) ฯลฯ