ส่วนแรก คืองบอุดหนุนสำหรับการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด เงินส่วนนี้ข้าราชการในสำนักพุทธฯ จะจัดสรรงบลงไปที่วัด แต่มีการขอคืนเงินในลักษณะ "เงินทอน" โดยอ้างว่าจะนำเงินไปพัฒนาวัดอื่น
ส่วนที่ 2 คืองบอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ทางสำนักพุทธฯ จะจัดงบอุดหนุนให้พระและฆราวาสที่สนใจ ได้เรียนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยทางวัดจะเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นมา และแจ้งยอดผู้เรียนไป เพื่อเบิกงบอุดหนุน แต่ข้อมูลที่ตำรวจ ปปป.ตรวจพบ คือมีการแจ้งยอดผู้เรียนเกินจริง ขณะที่บางวัด ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วยซ้ำ แต่กลับของบอุดหนุน
ส่วนที่ 3 คืองบเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นการทุจริตในรูปแบบการจัดอบรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา แต่มีการจัดโครงการซ้ำซ้อน เพื่อเบิกเงินจำนวนมากขึ้น
ข้อมูลที่ล่าความจริงตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า ในส่วนของงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา บางวัดมีการจัดอบรม บรรยายหัวข้อต่างๆ เบิกค่าวิทยากรถึงชั่วโมงละ 30,000 บาท และยังมีการจัดโครงการเดินทางไปต่างประเทศ โดยอ้างว่าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วย
นี่เป็นข้อมูลจากทางฝั่งตำรวจ ซึ่งดูจะตรงกันข้ามกับฝั่งพระวัดดังที่ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ยังไม่จบ พรุ่งนี้ล่าความจริงจะพาไปเจาะลึกถึงรูปแบบการทุจริตงบอุดหนุนแต่ละรูปแบบ และข้อมูลเชิงลึกอีกด้านว่า ขบวนการล้มล้างมหาเถรสมาคม มีจริงหรือไม่