เดิมที "หน้ากากดำน้ำ" หรือ "แมสก์" ที่ใช้กันทั่วไป จะปิดแค่ตากับจมูก เพื่อป้องกันน้ำเข้าอวัยวะสำคัญ 2 อย่างนี้ แต่วิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป ทำให้ "หน้ากากดำน้ำ" ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับ หน้าตาของมันจึงเหมือนหมวกกันน็อคอย่างที่เห็น เรียกกันว่า "หัวครอบดำน้ำ"
สำหรับชุดนี้จัดเต็มมาทั้งหัวครอบและชุด ปลดประจำการไปตั้งแต่ปี 2530 เจ้าหน้าที่ในกองประดาน้ำฯ เล่าให้ฟังว่า เคยใส่ชุดนี้ไปปฏิบัติงาน เป็นชุดที่หนักมาก และรองเท้าก็หนักมากเช่นกัน ใส่ชุดนี้แล้วตัวไม่เปียกแน่นอน
"หัวครอบดำน้ำ" รุ่น KM 37 มีน้ำหนักราว 15 กิโลกรัม ส่วนใหญ่ใช้ในภารกิจดำน้ำลึก 300 ฟุต หรือ 100 เมตรขึ้นไป สามารถหายใจทางจมูกได้ตามปกติ เพราะมีชุดควบคุมอากาศอยู่บนบก และควบคุมนักดำน้ำได้พร้อมกันถึง 3 คน ที่สำคัญนักประดาน้ำยังสื่อสารระหว่างกันได้แบบ real time เพราะในหัวครอบ มีชุดสื่อสารติดตั้งอยู่ด้วย อีกทั้งมีกล้องถ่ายภาพที่ถ่ายได้อย่างคมชัด ทำให้สามารถปฏิบัติงานใต้น้ำได้จนเสร็จภารกิจ โดยมี Dive Sup คอยควบคุม สั่งการ และสอบถามรายละเอียดได้ตลอดเวลา แต่อุปกรณ์พิเศษนี้ไม่เหมาะกับภารกิจลับ เพราะเมื่อเราหายใจออก ฟองอากาศจะลอยขึ้นบนผิวน้ำอย่างชัดเจน
ถัดมาเป็น "ยานขับเคลื่อนใต้น้ำ" การใช้งานคล้ายกับการขี่มอเตอร์ไซค์ คือแตะที่คันเร่ง แล้วมันจะพาเราไปตามจุดต่างๆ ช่วยผ่อนกำลังหรือลดการใช้พลังงานของนักดำน้ำ เมื่อต้องว่ายน้ำหรือดำน้ำในระยะไกล
ส่วนนี่คือ "สายเชื่อมและสายตัด" ใช้ในการซ่อมบำรุงตัวเรือใต้แนวน้ำ หรือ "เชื่อมตัดใต้น้ำ" การทำงานในส่วนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟดูด เพราะใช้ไฟคนละระบบกับบนบก โดยจะวิ่งตรงจากปลายลวดเชื่อมไปยังวัตถุที่ต้องการเชื่อมหรือตัดโดยตรง จึงไม่มีผลต่อนักดำน้ำ
สำหรับภารกิจที่ทางหน่วยได้รับมอบหมาย มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สนับสนุนราชการภายใน ทั้งการค้นหาสิ่งของ การซ่อมเรือก่อนออกปฏิบัติราชการ การช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางหน่วยเคยส่งนักประดาน้ำไปช่วยค้นหาและกู้ซากจากเหตุเครื่องบินตกในแม่น้ำโขงมาแล้ว นอกจากนั้นยังสนับสนุนการทำงานของตำรวจในการดำน้ำค้นหาวัตถุพยานต่างๆ รวมไปถึงสนับสนุนงานของเอกชน เช่น การกู้ภัยและกู้เรือล่ม
"การดำน้ำ" ย่อมเกิดความกดอากาศในร่างกาย นำมาซึ่งโรคใต้น้ำได้ หากสภาพร่างกายไม่พร้อม หรืออยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานเกินไป บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ออกปฏิบัติภารกิจ ทางหน่วยจะนำ "ห้องปรับบรรยากาศกำลังดันสูง" หรือ hyperbaric chamber ไปด้วย / สำหรับคนทั่วไปที่ทำการรักษาแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า ค่าใช้จ่ายสูงมาก และ chamber ก็ไม่ได้มีทุกโรงพยาบาลพรุ่งนี้ติดตามตอนสุดท้าย ฟังความในใจของผู้ปิดทองหลังพระ เหตุใดจึงเลือกมาทำงานเสี่ยงๆ ในหน่วยนี้