เจ้าของอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดโต้รุ่ง 1 หัวหิน ได้สะท้อนปัญหา และเปิดเผยผลกระทบที่เกิดขึ้น หลักๆคือ พื้นที่ถนนที่เว้นไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าในตลาดโต้รุ่งมีน้อยเกินไป ร้านค้าแผงลอยใช้พื้นที่ถนนลึกถึง 4.30 เมตร หรือมากกว่านั้นในแต่ละร้าน ทำให้เหลือทางสำหรับนักท่องเที่ยวเดินเพียง 1.5 เมตรโดยประมาณ ซึ่งทางเดินเพียง 1.5 เมตรนี้ ก็ไม่เพียงพอสำหรับรถดับเพลิง รถพยาบาล หรือรถฉุกเฉินอื่นๆ จะวิ่งเข้าพื้นที่ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้ ทั้งนี้ เหตุการณ์เพลิงไหม้ และคนไข้ฉุกเฉินเสียชีวิตเพราะนำส่งโรงพยาบาลไม่ทัน เคยเกิดขึ้นในพื้นที่นี้แล้วทั้งสิ้น
นอกจากนั้นพื้นที่ที่เคยเว้นไว้เป็นทางเข้าอาคารพาณิชย์ หากจัดหันหลังชนกันแล้วสามารถนำมารวมกันเพื่อใช้เป็นจุดวนกลับ หรือลานกิจกรรมได้อีกด้วย
เจ้าของอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดโต้รุ่ง 1 หัวหิน บอกต่อว่า สภาพปัจจุบันปล่อยให้ตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ บดบังร้านค้าอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้าม ไม่มีทางข้ามไปอีกฝั่ง นอกจากนั้นยังปล่อยให้มีน้ำทิ้งลงบนถนน ถังขยะมีไม่เพียงพอ สภาพสายไฟที่ปล่อยให้ระโยงระยาง ร้านค้าแผงลอยไม่ต้องลากสายไฟจากหม้อมิเตอร์มาให้เกะกะ น่าจะใช้แบตเตอรี่แทน
การที่เทศบาลฯปล่อยให้ร้านค้าแผงลอยจัดร้านหันหลังชน ปล่อยให้นักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้ารุมต่อว่าเจ้าของอาคารพาณิชย์ ที่เรียกร้องให้ปรับรูปแบบตลาดไปเรื่อยๆ เทศบาลฯอาจโดนมองว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา
หากถามเจ้าพนักงานจราจรจะทราบว่า อำนาจการจัดการอยู่ในมือเทศบาลฯ เจ้าพนักงานจราจรเพียงแต่พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นจุดผ่อนผัน ในกรณีที่ไม่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นในพื้นที่นั้นด้วยเหตุแห่งทางสาธารณะไม่ใช่ของบุคคลหรือกลุ่มคนใด แต่นายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ทำเหมือนจัดการอะไรไม่ได้ ทั้งที่ลงมาดูปัญหาด้วยตัวเองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เจ้าของอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดโต้รุ่ง 1 หัวหิน จึงอยากถามว่า ถ้าเทศบาลฯไม่จริงจังและจริงใจในการเข้ามาแก้ไขปัญหาพื้นที่นี้ พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการต่ออายุจุดผ่อนผัน พื้นที่ที่ยังมีความขัดแย้ง พื้นที่ที่อาจจะต้องถูกระงับไปโดยถาวร เพียงเพราะเทศบาลฯอ้างว่าพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมให้จัดพื้นที่ใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้จะกลายเป็นว่า ท่านกำลังปล่อยให้ตลาดแห่งนี้ไปถึงทางตัน และต้องปิดตัวลงด้วยการยอมรับว่าจัดการไม่ได้อย่างนั้นหรือ???
รูปแบบที่เจ้าของอาคารพาณิชย์บริเวณตลาดโต้รุ่ง 1 หัวหิน อยากให้เป็น