ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลของวันรณรงค์ความปลอดภัยขับขี่บนถนน วันแรกวันนี้ เกิดอุบัติเหตุครั้งแล้ว 447 ครั้ง เมื่อเทียบกับปีที่แล้วมีจำนวน 181 ครั้ง ลดลง 56.3 % ผู้เสียชีวิต 39 คน เทียบกับปีกับปีที่แล้วจำนวน 28 คน ลดลง 53.37% ผู้บาดเจ็บ จำนวน 107 คน เทียบกับปีแล้วจำนวน 156 คนด้าน รองโฆษก คสช. พันเอก หญิงศิริจันทร์ งาทอง บอกว่า สำหรับมาตรการ "ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ" ในช่วง 7 วันอันตราย ที่เริ่มใช้เมื่อวานนี้เป็นวันแรก เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย
แยกเป็นรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ราย เจ้าหน้าที่ทำการยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คนสำหรับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการขับรถที่ถูกส่งดำเนินคดีทั่วประเทศ ปรากฎว่า ศาลมีคำสั่งให้คุมประพฤติแล้ว 549 รายอธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม คุณประสาร มหาลี้ตระกูล บอกว่า วันแรกของ 7 วันอันตราย ทั่วประเทศมีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมด 549 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 398 ราย ขับรถประมาท 16 ราย
แข่งรถหรือขับซิ่ง 2 ราย มีสารเสพติดขณะขับรถ 137 ราย สำหรับสถิติคดีเมาแล้วขับสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรี 51 คดี กรุงเทพมหานคร 44 คดี อุบลราชธานี 33 คดี มหาสารคาม 30 คดี และนครพนม 14 คดีผู้ถูกคุมความประพฤติเหล่านี้จะต้องทำงานบริการสังคม หรือช่วยเหลือการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ตามความสมัครใจของผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อสร้างจิตสำนึกของผู้กระทำผิดเพื่อให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม