ความคืบหน้ากรณีที่พบศพนางแผด ยายวัย 73 ปี นอนเสียชีวิตในบ้านของตัวเองเลขที่ 46 หมู่ 4 บ้านตะค้อ ต.พรสำราญอ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ในสภาพมีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้า และร่างกายทั้งพบเชือกในล่อนวางไว้บริเวณลำคอซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นพบร่องรอยคล้ายถูกล่วงละเมิดทางเพศตำรวจจึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาล จ.สุรินทร์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์และข่มขืน เหตุเกิดเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ
กระทั่งไปพบนายนิล (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 17 ปีผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันอยู่บริเวณป่าอ้อย จึงได้นำตัวไปสอบสวนซึ่งเยาวชนคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่ายายวัย 73 ปีจริง โดยอ้างว่าเพื่อต้องการทรัพย์สินแต่ไม่ได้ข่มขืนจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวเยาวชนคนดังกล่าวส่งควบคุมตัวที่สถานพินิจเด็กและเยาวชน จ.บุรีรัมย์ล่าสุดวันนี้พ.ต.อ.เจตสฤษดิ์ แพ่งศรีสาร ผกก.สภ.คูเมือง พร้อม พ.ต.ท.สุวิทย์ สีทา สารวัตรเวรสภ.คูเมือง เจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุและจุดที่คนร้ายนั่งเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดีซึ่งจากการสอบสวนนายนิล เยาวชนวัย 17 เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆ่ายายจริงโดยก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุรากับเพื่อนอยู่บ้านถัดจากบ้านผู้เสียชีวิตไป 2หลัง จนถึงเวลา 22.00 น.เศษก็แยกย้ายกัน
หลังจากแยกย้ายนายนิลได้แอบใช้มีดงัดเข้าประตูหลังบ้านของยายเพื่อจะเข้าไปชิงทรัพย์แต่ยายซึ่งนอนหลับอยู่ได้รู้สึกตัวตื่นจึงเกิดการต่อสู้กันแต่เนื่องจากยายอายุมากแล้ว จึงสู้แรงไม่ไหว จากนั้นดำ ก็ใช้กำลังชกต่อยทำร้ายจนยายนอนแน่นิ่งก่อนจะใช้มือบีบคอจนมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงขโมยเอาเงินจากผู้ตายไปจำนวน 2,190 บาทก่อนจะหลบหนีไป แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนอย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจึงต้องรอผลตรวจยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้งข้อหานายนิลเยาวชนวัย 17 ปี 3 ข้อหา คือ "ชิงทรัพย์ บุกรุกเคหะสถานในยามวิกาล และเสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1ยาบ้า" ส่วนข้อหาข่มขืนนั้นต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันอีกครั้ง
ส่วนบรรยากาศงานศพของยายวัย73 ปี ก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ได้มีญาติพี่น้องเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาไหว้ศพอย่างต่อเนื่องและต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ทำได้แม้กระทั่งกับคนแก่ที่ไม่มีทางสู้ยิ่งไปกว่านั้นผู้ก่อเหตุก็เป็นเยาวชนอายุแค่ 17 ปีเท่านั้นและอยู่หมู่บ้านเดียวกันด้านนางหนูชิดบุญมีป้อม อายุ 53 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิตบอกว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมากสะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมากจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดหากเป็นไปได้ส่วนตัวก็อยากให้ประหารชีวิตให้ตายตกตามกันไปจะได้ไม่ไปก่อเหตุกับใครแบบนี้อีก