นางรจนา สินธี อดีตข้าราชการซี 8 ของกระทรวงศึกษาธิการ ช่วงแรกๆ ที่โดนจับโกงได้ นางรจนาให้การยืนยันหลายครั้งว่ากระทำเพียงคนเดียว แต่จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกล่าสุด พบว่ามีการโกงกันเป็นเครือข่ายในลักษณะแบ่งงานกันทำ ซ้ำร้ายยังมีการชักชวนเด็กนักเรียนที่เคยได้เงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ มาร่วมขบวนการโกงด้วย โดยในวันนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาฯ ได้พาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมด พร้อมสำนวนการสอบสวน ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ท.ดำเนินการต่อนี่คือภาพเหตุการณ์ช่วงที่ คุณอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งยอมให้ปากคำในฐานะพยาน เข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.
พร้อมนำวัตถุพยาน คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของนางรจนาจำนวน 2 เครื่อง ส่งมอบให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบด้วย โดยข้อมูลในคอมพิวเตอร์มีร่องรอยการตัดต่อหนังสือราชการเพื่อใช้ในการทุจริตประเด็นที่น่าตกใจก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากการทุจริตกองทุนเสมาฯ คนแรกเป็นอดีตนักเรียนทุนเสมาฯนี่เอง คนนี้มีความสนิทสนมกับนางรจนา เพราะช่วงหนึ่งเคยเข้าไปทำงานเป็นลูกน้องของนางรจนาที่กระทรวงศึกษาฯด้วย เบื้องต้นเธอให้การว่าให้เลขที่บัญชีไปโดยไม่ทราบว่านางรจนานำไปอะไร จากนั้นยังถูกนางรจนาเกลี้ยกล่อมให้เปิดบัญชีเพิ่มอีก 1 บัญชี แล้วยึดเอทีเอ็มไป ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนของอดีตนักเรียนทุนคนแรก ที่ถูกชักชวนให้นำเลขบัญชีส่วนตัวไปให้นางรจนาเช่นกัน
การทุจริตถูกตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมปี 48 จนถึงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พบว่ามีการโอนเงินกองทุนออกไปทั้งหมด 1,049 รายการ จำนวน 230 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการโอนแบบไม่ถูกต้อง ส่อทุจริตจำนวน 471 รายการ เป็นเงิน 96 ล้านบาท โดยเป็นการโอนเงินให้คน 4 กลุ่ม ที่รู้จักกับนางรจนากลุ่มแรก คือเครือญาติของนางรจนา พบว่ากลุ่มที่รับโอนเงินบ่อยที่สุด กลุ่มที่ 2 คือเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันกับนางรจนาในระดับปริญญาโท กลุ่มที่ 3 คือองค์กรการกุศลที่นางรจนาเข้าไปจัดการเงินในมูลนิธิ และพบว่ามีเงินจากกองทุนเสมาฯถูกโอนเข้าไปยังบัญชีของประธานมูลนิธิ
นอกจากนั้นยังพบว่ามูลนิธิมีพฤติการณ์เข้าไปร่วมงานกับบางหน่วยงานของกระทรวงฯ และมีการรับโอนเงินในลักษณะ "เงินทอน" ด้วย กลุ่มที่ 4 คือนักเรียนทุนเสมาฯที่เคยได้รับทุนการศึกษา โดยนางรจนาใช้ความสนิทสนมเหมือนเป็นผู้มีพระคุณ ขอให้นักเรียนกลุ่มนี้ไปเปิดบัญชีเพื่อรับโอนเงิน ซึ่งอดีตนักเรียนทุน 1 ใน 2 คนที่เข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ในวันนี้ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ส่วนรายการการโอนเงิน 471 รายการที่รับโอนไม่ถูกต้อง ตรวจสอบแล้วพบรายชื่อผู้เปิดบัญชีธนาคารทั้งหมด 52 บัญชี ในจำนวนนี้ตรวจสอบแล้ว 34 บัญชี เหลืออีก 18 บัญชีที่ยังตวจสอบไม่เสร็จ และพบว่าบางบัญชีถูกปิดไปแล้ว มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 44 คน แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 22 คน
ส่วนอีก 22 คน วันนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ท. ดำเนินการต่อ มี 6 คนไม่ใช่ข้าราชการ ส่วนที่เป็นข้าราชการมี 7คน มีข้าราชการซี 8 ในกระทรวงศึกษารวมอยู่ด้วยสำหรับขั้นตอนหลังจาก ป.ป.ท.รับไม้ต่อ ก็จะมีการตรวจสอบหลักฐานและแจ้งข้อกล่าวหา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้สิทธิ์ชี้แจง จากนั้นจะเรียกให้นางรจนาเข้าให้ปากคำด้วย แต่ปัญหาก็คือ ขณะนี้ทางกระทรวงฯไม่สามารถติดต่อนางรจนาได้ ไม่ชัดว่าหลบหนีหรือว่าแค่เก็บตัว ไม่อยากพบปะพูดคุยกับใคร