แม่วอนยุติข่าว "น้องอิน" อยากให้ลูกไปอย่างสงบ
09 เม.ย. 2561 | te

แม่วอนยุติข่าว"น้องอิน" อยากให้ลูกจากไปอย่างสงบ ขณะที่"บิณฑ์"ยอมรับเข้าไปยุ่งแต่ทำไปเพราะรัก ย้ำน้องอินไม่ได้ดื่มเหล้า ตำรวจพบมือถือตกในกอหญ้าเร่งนำซิมไปตรวจ
ข่าว
09 เม.ย. 2561 | te

แม่วอนยุติข่าว"น้องอิน" อยากให้ลูกจากไปอย่างสงบ ขณะที่"บิณฑ์"ยอมรับเข้าไปยุ่งแต่ทำไปเพราะรัก ย้ำน้องอินไม่ได้ดื่มเหล้า ตำรวจพบมือถือตกในกอหญ้าเร่งนำซิมไปตรวจ
จากกรณี น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี หรือน้องอิน อายุ 21 ปี อดีตนักแสดงเด็กชื่อดังประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น X1 สีขาว ทะเบียน 5 กบ 5248 กรุงเทพมหานคร เสียหลักตกลงไปข้างทางชนต้นจามจุรีขนาดใหญ่จนเสียชีวิต เมื่อเช้าวันที่ 7 เมษายน บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 9 เชิงสะพานข้ามทางรถไฟ หลักกิโลเมตรที่ 79 มุ่งหน้าสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และมีกระแสข่าวว่าน้องอินขับรถฝ่าสายฝนกลางคืนเพื่อไปหาทอมคนสนิทแต่กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งเป้าสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ไว้ 6 ประเด็น1.สภาพถนนลื่นเพราะฝนตก 2.หลับในหรือไม่ 3.ใช้มือถือระหว่างขับรถ 4.มึนเมา 5.จากปัจจัยอื่น เช่นตกใจเพราะรถคันอื่นตัดหน้า และ 6.สภาพถนนส่งเสริมให้เกิดอุบิเหตุ หากขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 100 เมตร เป็นเนินเล็กๆของสะพานข้ามคลอง ทำให้ผิวถนนต่างระดับกันเล็กน้อยเมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงอาจทำให้รถเหินลอยได้นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 9 เมษายนที่วัดราชสิงขรพระอารามหลวง ถนนเจริญกรุง กทม. สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพอดีตนักแสดงเด็กนางลัดดา เชิดชูบุพการี มารดาของน้องอิน ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาว่าก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มาในวันนีิ้ สาเหตุที่ต้องแถลงข่าวเนื่องจากตอนนี้มีกระแสของน้องอินในหลายๆประเด็นและหลายช่องทางมีทั้งข่าวลบและข่าวบวกซึ่งตนในฐานะผู้สูญเสียจึงขออยากเปิดใจในการให้สัมภาษณ์สื่อทุกช่องทาง ซึ่งการชี้แจงครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพูดจึงอยากขอความเห็นใจจากทุกท่าน อยากขอให้จบเรื่องกระแสข่าว ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งมีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง อยากจะให้น้องอินไปอย่างสงบ ซึ่งเหลือเวลาอยู่กับน้องอีกแค่ 2 วัน โดยวันพุธที่ 11 เมษายน น้องอินก็จะต้องจากเราไปตลอดชีวิตแล้ว
"แม่ขอให้ทุกสื่อช่วยยุติการประโคมข่าวทุกเรื่องของน้องและขอให้ยุติการแชร์ในทุกสื่อทั้งหมดและอยากให้สังคมเห็นใจและเห็นถึงคุณงามความดีของน้องอินมากกว่า เพื่อให้น้องอินจากไปอย่างสงบที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิต" นางลัดดากล่าวเสียงเครือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากข่าวที่เกิดขึ้นมีประเด็นไหนที่ทำให้ครอบครัวไม่สบายใจที่สุด ด้านนางอัจฉรา โคจรสวัสดิ์ ป้าของน้องอินที่เดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อร่วมงานศพหลานสาว ได้ตอบคำถามแทนแม่ของน้องอินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมยกมือไหว้ ว่าตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี น้องอินโตมาต้องเริ่มทำงานตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กที่มีความกตัญญู หนักเอาเบาสู้ สารพัดทุกเรื่องที่จะทำ
"สังคมไทยเราทำไมไม่นึกถึงจุดที่ดี ทำไมจะต้องไปนึกถึงจุดเล็กๆน้อยๆที่น้องเป็นวัยรุ่นทั่วไป ขอให้เห็นใจครอบครัวเราที่ต้องสูญเสียครั้งนี้ น้องอายุแค่นี้เป็นเรื่องธรรมดามากถ้าเกิดขึ้นกับครอบครัวไหน ทุกคนรู้ไหมตลอดระยะเวลาที่น้องมีชีวิตอยู่ต้องดูแลแม่ตามลำพัง ทั้งที่เราเป็นพี่ป้าน้าอาก็ทำได้แค่คอยดูแลเขาอยู่ห่างๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทำไมสังคมบ้านเราซึ่งเป็นสังคมพุทธจะต้องมองเห็นในจุดที่ไม่ควรจะมองเห็น ทำไมไม่ดูสิ่งที่น้องทำมาหากินลำบากตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนถึงปัจจุบัน แล้วน้องเขายังทำงานจนถึงวาระสุดท้าย ครอบครัวขอความเห็นใจในทุกๆสังคมไทย ทุกๆสื่อ ขอให้น้องอินไปดี เจอแต่สิ่งดีๆ พูดถึงเขาในเรื่องที่ดีๆได้ไหม"นางอัจฉรากล่าวพร้อมร้องไห้
เมื่อถามว่าติดใจอะไรที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ออกมาพูดถึงเรื่องที่น้องอินขับรถไปอยุธยาเพื่อไปหาทอมคนสนิทใช่หรือไม่ นางอัจฉรา กล่าวว่า "เราไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้แล้วเพราะเราสูญเสียเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจว่าเราสูญเสียลูกหลานไปในขณะที่เขาอายุยังน้อย มันเจ็บช้ำแค่ไหน ถ้าเกิดใครมายืนในจุดนี้จะรู้ว่าเราเจ็บช้ำทางร่างกายและจิตใจขนาดไหน ถ้าจะพูดถึงน้องอินขอให้พูดถึงแต่เรื่องคุณงามความดีเป็นเด็กกตัญญูเลี้ยงดูแม่มาจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต"
ต่อข้อถามถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากเรื่องถนนหรือไม่นั้น แม่และป้าของน้องอินได้ตัดบทการสนทนา กล่าวพร้อมกันว่า "ขอบคุณมาก" จากนั้นได้เดินออกไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานศพวันนี้(9 เม.ย.) เต็มไปด้วยความเศร้าโศก โดยมีเพื่อนดาราและะนางแบบมาร่วมงาน อาทิ ซาร่า คาซิงกีนี ซึ่งภายในงานมีพวงหรีดส่งมาร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก และพิธีบำเพ็ญกุศลในวันที่ 10 เมษายนมีกลุ่มเพื่อนดาราเด็กเป็นเจ้าภาพ และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 11 เมษายน เวลา 16.00 น.
มีรายงานแจ้งว่านางลัดดาและครอบครัวของน้องอินไม่สบายใจในข่าวที่ออกมาทำให้เกิดความสับสนและหลายประเด็นทั้งการวิเคราะห์ถึงสาเหตุการเสียชีวิต เรื่องส่วนตัว รวมทั้งการนำเสนอภาพต่างๆทั้งในสื่อและโลกออนไลน์ จึงให้สัมภาษณ์เพื่อขอให้ยุติการนำเสนอเรื่องดังกล่าว
วันเดียวกันผู้ใช้อินสตาแกรม@toeypanyainsee หรือ "เตย" หนึ่งในเพื่อนของน้องอินที่ร่วมเดินทางไปพัทยาด้วยกันได้โพสต์ข้อความว่า "เตยขอยืนยันครั้งสุดท้ายนะคะว่า เมื่อเวลา 23.30 น.เตยกับอิน และเพื่อนๆเดินทางออกจากงานซัมเมอร์บีช เพื่อจะกลับที่พักที่พัทยา และอินได้โชว์มือถือขึ้นว่า dady 6 สายไม่ได้รับ แล้วอินหันมาบอกเตยว่าต้องกลับด่วน พ่อโทรตามให้กลับอยุธยา พอเตยเห็นเตยก็พูดขอร้องอินให้กลับตอนเช้าได้มั้ย หรือไม่ก็รอให้ฟ้าสว่างกว่านี้ได้มั้ย มันอันตรายมากด้วย ซึ่งอินตอบตกลงกับเตยว่าจะรอให้ฟ้าสว่างกว่านี้ ส่วนตัวเตยก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลย เข้าห้องไปอาบน้ำนอน เมื่อเวลา 01.30 น.น้องที่นอนห้องเดียวกับอินได้มาเคาะประตูบอกว่าอินออกไปแล้วนะ เตยก็งงอะไรวะ ไหนบอกจะกลับเช้า ทำไมถึงรีบไปขนาดนี้ เขาคงจะต้องมีเรื่องสำคัญจริงๆแหละ แล้วเตยก็ได้ทักไลน์หาอิน แต่ข้อความดันส่งไม่ไป และขาดการติดต่อตั้งแต่นั้นมา จนมาทราบข่าวตอนเช้า จนตอนนี้ยังทำใจไม่ค่อยได้เหมือนกัน"
ข้อความระบุอีกว่า "ที่ออกมาพูดอีกครั้ง คือตอนนี้มีข้อมูลข่าวหลายข่าวที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกันมาก เหมือนกับว่าอินไม่ได้ไปหาพ่อที่อยุธยา อินไปส่งเพื่อน หรืออินไปหาเพื่อนที่อยุธยา แต่เตยขอยืนยันว่าเตยได้รับข้อมูลแบบนี้จากปากของอินเองทั้งหมด และถึงแม้ว่าถ้าอินไม่ได้ไปแบบที่อินบอกกับเตย แต่เตยเชื่อว่าอินคงต้องมีเหตุผลของอินที่ต้องบอกเตยแบบนั้น หรือทำแบบนั้นลงไป ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ขอให้ทุกคนเลิกค้นหาความจริงหรือขุดคุ้ยอะไรเลยนะคะ แค่นี้ครอบครัวอินและเพื่อนๆก็เสียใจมากพอแล้ว"
ด้านนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารารุ่นใหญ่ ได้ออกรายการ "โหนกระแส" ช่อง 28 ถึงการระบุว่าน้องอินขับรถออกจากพัทยาไปหาเพื่อนที่อยุธยาแต่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตว่า ตนเล่นละครแล้วเจอน้องอินตั้งแต่น้องอายุ 8 ขวบ น้องอินเป็นเด็กที่ดีมาก กตัญญู หาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ 4 ขวบ น่ารักมาก ในตอนนั้นได้ขอน้องอินเป็นลูก แต่แม่ของน้องไม่ตกลง เลยเป็นพี่น้องและสนิทสนมกันมา
"ผมก็คิดว่าน้องอินเป็นน้องแท้ๆคนหนึ่ง รู้จักตั้งแต่อายุ 8 ขวบจนถึง 20 ทุกครั้งไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ก็จะโทรคุยกัน ผมไปวัด ไปนั่งสมาธิเขาก็ตามไป สามวันห้าวันก็นุ่งขาวห่มขาวตลอด ผมไปเก็บศพเขาก็ไป เป็นคนที่มีจิตใจที่ดีมาก อะไรไม่ดีเขาก็ไม่เอา เป็นคนมีความคิดเหมือนผู้ใหญ่ ที่ผมออกมาพูดแทนคุณแม่ เพราะผมเห็นแล้วว่าสภาพวันนั้นคุณแม่โทรมาหา เสียใจร้องไห้ เราก็รู้สึกว่าเหมือนใจเราจะขาดเหมือนกัน"
เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่น้องอินขับรถออกจากพัทยาไปหาเพื่อนที่อยุธยาจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น นายบิณฑ์ กล่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดตนขอเอ่ยนาม เพราะมีคนคนหนึ่ง คือเบล หรือนายภูวรินทร์ แดงเจริญสุข เป็นเพื่อนสนิทน้องอิน วันที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ตนเจอน้องเบลพูดคุยกันก็มีประเด็นนี้ แล้าก็มีมาอีกคนคือน้องไทม์ เป็นผู้หญิงลักษณะผู้ชาย เป็นสาวหล่อมาอีกคนหนึ่ง ตนได้ฟังข้อมูลมาก็โกรธ ไม่พอใจ วันแรกที่น้องไทม์มารดน้ำศพ ตนก็อยากคุย ก็เรียกมาคุย ทางนั้นก็อธิบาย ก็ขอให้พูดเรื่องจริง ทุกอย่างที่เคยโกรธเขาก็อธิบายโดยละเอียด เราก็รู้สึกว่าเรื่องจริงที่ฟังจากเบลจากไทม์ เรื่องจริงที่ฟังจากแม่ เพราะทุกคนประณามหรือกำลังเข้าใจว่าอินกินเหล้าเมา ทะเลาะกับแฟน ซึ่งเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่
"ผมก็ถามเลยตอนคุยกับไทม์ เขายืนยันว่าน้องสติสัมปชัญญะดีมาก ไม่ได้ทะเลาะกันด้วย แต่เสียงดังนิดหน่อย สิ่งที่ผมพูด ผมสามารถพูดได้เพราะคุณแม่น้องอินบอกว่าให้พูดแทนด้วยเพราะพูดอะไรไม่ได้เลย คุณแม่น้องอินบอกว่าประมาณสัปดาห์กว่าๆ คุณพ่อเคยโทรมาหาน้องอินให้ระวังเรื่องรถ ช่วงสงกรานต์อย่าออกไปเที่ยวไหนให้อยู่บ้าน"
ส่วนกรณีที่สังคมมองว่าไม่ควรเอาเรื่องของน้องอินออกมาพูดในลักษณะนี้ นายบิณฑ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนรู้แล้วกระจ่างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ไม่ใช่ไปพูดกันเอง ถ้าตนพูดก็เป็นความจริงทั้งหมด สิ่งที่พูดเพราะรักน้องอิน รักครอบครัวนี้ ถ้าตนไม่ออกมาพูด แม่ก็ไม่พูด แล้วใครจะออกมาพูด เพราะมีกันแค่สองคนแม่ลูก ไม่เคยปรึกษาใคร นอกจากตน จะว่าโหนกระแสก็พูดกันไป ตนพูดความจริง ก็อยากให้เข้าใจ
ด้านความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางปะอิน ได้เข้าตรวจจุดเกิดเหตุทำให้น้องอินเสียชีวิตบริเวณถนนหมายเลข 9 หลักกิโลเมตรที่ 79 ก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟมุ่งหน้าไปทางสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยกระจายกำลังค้นหาโทรศัพท์ของน้องอินซึ่งหายไประหว่างเกิดเหตุจนกระทั่งพบโทรศัพท์ตกอยู่กอหญ้าในที่เกิดเหตุโดยไม่มีหน้าจอและเครื่องดับแต่มีซิมการ์ดในเครื่องซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบว่าก่อนเกิดเหตุได้คุยกับใครบ้าง นอกจากนี้ยังพบกุญแจ คีย์การ์ด คาดว่าเป็นกุญแจของน้องอิน
พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน กล่าวว่า เรื่องคดีอยู่ระหว่างตรวจสอบตามที่ตั้งไว้ 6 ประเด็น โดยมีกองพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบด้วย ส่วนบริษัทบีเอ็มดับเบิลยูจะตรวจสอบรถอีกครั้งเรื่องระบบถุงลมนิรภัย
ด้านนายนิวัฒน์ พงษ์สุข เจ้าหน้าที่พุทไธศวรรย์จุดบางปะอิน เปิดเผยว่าหลังจากเจอโทรศัพท์ตนและเพื่อนอาสารู้สึกดีใจอย่างมากที่พบโทรศัพท์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาสาสมัครหยิบไปเมื่อพบจึงทำให้สบายใจขึ้น
ขณะเดียวกัน นายสุจิน มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัยกรมทางหลวง นายรุ่ง บัวใหญ่รักษา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนจุดเกิดเหตุ โดยนายสุจิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าถนนชำรุดแต่พบเพียงถนนทางเลนซ้ายสุดก่อนลงสะพานข้ามคลองวังแดงก่อนถึงจุดเกิดเหตุสะพานข้ามทางรถไฟประมาณ 200 เมตร มีรอยทรุดเป็นคลื่นถนนเพียงเล็กน้อย จึงได้ร่วมหารือแนวทางการป้องกันโดยให้เจ้าหน้าที่กรมทางแขวงการทางปทุมธานีไปซ่อมไฟถนน ติดป้ายสะท้อนแสงที่แบริเออร์ ติดหลักล้มลุกที่บริเวณคอสะพานและเพิ่มความยาวของกาบเลนส์จากคอสะพานข้ามทางรถไฟ จากเดิม 8 เมตร เพิ่มอีก 16 เมตรเป็น 24 เมตร ติดป้ายไฟกะพริบ จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย
ส่วนถนนเส้นอื่นและตามคอสะพานตลอดเส้นทางถนนหมายเลข 9 กรมทางหลวงแขวงการทางปทุมธานีก็จะต้องสำรวจว่าบริเวณไหนมีจุดเสี่ยงและต้องรีบลงไปแก้ไขทันทีและอยากฝากบอกประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์โปรดเดินทางและขับขี่ด้วยความระมัดระวังไม่ขับขี่รถเร็วเกินอัตรากำหนดคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยทั้งขาไปและขากลับ