ด้านนายสมคิด แก้วหอม อายุ62ปี ชาวบ้านท่าเรือวัดเฉลิมอาสน์ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ1ปีก่อน นายวิชัย แก้วหอม ซึ่งเป็นน้องชายของตน ได้ฝันเห็นแม่ย่านางประจำเรือลำนี้ บอกว่าตอนนี้ลำบากและหนาวมาก อยากขอให้ช่วยนำขึ้นจากน้ำ แล้วนำไปไว้ใต้ต้นโพธิ์ริมแม่น้ำหลังวัดเฉลิมอาสน์ น้องชายจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาปรึกษากับคนในครอบครัว เพื่อความสบายใจทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะนำเรือลำนี้ขึ้นมาตามความฝัน จนกระทั่งมีความพร้อมจึงประสานเจ้าหน้าที่ช่วยเก็บกู้ซึ่งนอกจากน้องชายของตนที่ฝันเห็นแล้ว ก็ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ฝันคล้ายกัน บางคนก็ฝันเห็น พระโพธารามคณารักษ์ หรือหลวงพ่อเกลี้ยง อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดเฉลิมอาสน์ มาบอกว่าให้ช่วยนำเรือขึ้นมาจากน้ำแล้วนำไปไว้ที่วัดให้ที
ส่วนนางสุรีย์ สุวรรณประเสริฐ อายุ84ปี อดีตคนขับเรือลำดังกล่าว เปิดเผยว่า เรือลำนี้ชื่อว่า"ไอ้ตั้น"มีอายุมากกว่า100ปี เดิมเป็นเรือที่มีผู้มีจิตศรัทธา หลวงพ่อเกลี้ยง อดีตเจ้าอาวาส นำมาถวาย เนื่องจากสมัยก่อนถนนหนทางยังไม่สะดวก การข้ามฝั่งแม่น้ำแม่กลองทำได้เพียงการใช้เรือ โดยตนมีหน้าที่ถ่อเรือลำดังกล่าวนำพระและเณรข้ามฟากไปบิณฑบาตโปรดญาติโยมในตลาดเทศบาลเมืองโพธาราม มาตั้งแต่อายุ18ปี ซึ่งหลวงพ่อเกลี้ยงท่านมีเมตตาให้ชาวบ้านได้ใช้อาศัยข้ามแม่น้ำเพื่อสัญจรไปมาด้วย โดยเก็บค่าโดยสารสำหรับเป็นค่าจ้างให้กับคนขับเรือ ในราคา25สตางค์
ต่อมามีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ทำให้การสัญจรของชาวบ้านสะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบกับมีการก่อสร้างเขื่อนริมแม่น้ำ จึงทำให้เรือดังกล่าวถูกทิ้งร้าง และผุพังตามกาลเวลา กระทั่งจมลงสู่ก้นแม่น้ำริมท่าเรือ ซึ่งการนำไอ้ตั้นขึ้นมาสู่ผิวน้ำ สำหรับตนแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าอดีตได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ทั้งนี้ หลังจากการกู้ซากเรือสำเร็จลุล่วงแล้ว ทางครอบครัว นายสมคิด แก้วหอม ตั้งใจว่าจะทำพิธีบวงสรวงในเช้าของวันที่11เม.ย.2561และจะทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณในช่วงเย็นวันเดียวกัน จากนั้นจะนำไปตั้งไว้ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์หลังวัด รวมทั้งได้มีการพูดคุยกันว่าจะทำการบูรณะซากเรือให้มีสภาพสมบูรณ์คล้ายในอดีตให้ได้มากที่สุด ก่อนจะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ส่งต่อสู่รุ่นลูกหลานสืบไป