นางสาวกนกพรรณ กล่าวว่า เสียงดังกล่าวเป็นของตัวเองจริง แต่ไม่จริงทั้งหมด มีบุคคลนำไปตัดต่อจนทำให้ตัวเองเสื่อมเสีย และถูกเกลียดชัง คลิปเสียงฉบับเต็มมีความยาวประมาณ 4 ชั่วโมง รู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ส่วนคดีความที่เคยแจ้งไว้กับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) กรณีที่ถูกนำเอกสารทางทะเบียนราษฏร์ ไปปลอมเฟสบุ๊ก และนำไปหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เคยเข้าไปร้องเรียนคดีนี้แต่ไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการเรียกมาสอบสวน ส่วนคดีที่ตนถูกแจ้งข้อหาและออกหมายจับว่านำข้อมูลลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ใช่บัญชีของตัวเอง แต่ตำรวจเร่งออกหมายจับก่อนที่จะเรียกมาสอบสวน ทั้งที่ตนมีพยานบุคคลว่าตนไม่ได้ทำ แต่ก็กลับไม่สามารถนำมาชี้แจงได้เพราะถูกดำเนินคดีแล้ว ขณะเดียวกันผู้บังคับการกองปราบปรามยังไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงตนว่าวิจารณ์การทำงานตำรวจ ขณะนี้ผู้ที่นำคลิปเสียงของตัวเองออกมาเผยแพร่ กลับไม่ได้ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงขอให้ ผบ.ตร.ย้ายผู้บังคับการกองปราบปราม ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นผู้ทำคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลอลเวง 30 ล้านบาท ที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อยู่ แต่ก็มาแจ้งความดำเนินคดีกับตนอีก ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือแล้ว จะนำส่งให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นตอนต่อไป