ข้อมูลต่อไปนี้เชื่อเลยว่าจะทำให้หลายคนตกใจ ถ้าบอกว่าการขับรถยนต์ชนต้นไม้ แม้ว่าใช้ความเร็วแค่ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฉพาะเคสที่ชนด้านหน้ารถนะคะ มีสิทธิ์ถึงตายได้เลย เดี๋ยวเราจะให้ดูคลิปจำลองสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุ จากความเร็วที่ 50 / 70 และ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วลองตอบตัวเองว่าความเร็วที่ไม่ได้มากมายแบบนี้ จะทำให้เกิดความเสียหายหนักหนาแค่ไหน
การจำลองสถานการณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่เห็นภาพชัดเจนขนาดนี้ พอจะเป็นคำตอบได้มั้ยว่าทุกครั้งที่ขับรถต้องระมัดระวังกันขนาดไหนในเรื่องของความเร็วรถ
ข้อมูลส่วนนี้เราได้รับคำอธิบายมาจาก นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน คุณหมอส่งคลิปจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนต้นไม้มาให้ "ล่าความจริง" เพื่อให้เห็นภาพกันชัดๆ ว่า รุนแรงแค่ไหน คุณหมอธนะพงศ์ บอกว่า คลิปที่เห็นเป็นคลิปที่รถพุ่งชนต้นไม้ด้านหน้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุเคยศึกษาไว้ว่า แค่ความเร็วที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ทำให้คนในรถเสียชีวิตได้แล้วถ้ายกตัวอย่างกรณี น้องอิน ที่เสียชีวิต เป็นเคสที่เชื่อว่ารถชนต้นไม้ด้านข้าง แปลกแต่จริง เพราะผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ายิ่งอันตรายกว่าชนด้านหน้าตรงๆ มากเลย เพราะเคยมีการศึกษาวิจัยว่า การชนด้านข้างด้วยความเร็วแค่ประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป คนขับก็เสียชีวิตได้
คราวนี้อย่างที่บอกไว้ว่า เราจะมาถอดบทเรียนจากการสูญเสียครั้งนี้ เพื่อหาทางป้องกันอุบัติเหตุจากตัวคนขับกัน เราไม่นับเรื่องเมา เรื่องสภาพร่างกายไม่พร้อม เรื่องสภาพรถนะคะ เพราะมีอีกประเด็นหนึ่งที่คนขับรถทุกคนควรจำไว้เกี่ยวเนื่องกับ "ความเร็วและการออกแบบถนน"
คุณหมอธนะพงศ์ บอกว่า จุดที่น้องอินประสบอุบัติเหตุ คือ ถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 9 ถนนเส้นทางนี้คือถนนธรรมดาที่มีทางเชื่อมไปตรอกซอกซอยต่างๆ มีทาง "ยูเทิร์น" ให้กลับรถเป็นระยะ มีรถจักรยานยนต์ มีรถซาเล้งมาใช้ทางร่วมกับรถยนต์ เราเรียกรถพวกนี้ว่ารถขับช้า เป็นการตัดกระแส ทำให้รถยนต์ไม่สามารถใช้ความเร็วได้ ถนนเส้นนี้และถนนลักษณะเดียวกันสายอื่นๆ กำหนดให้วิ่งได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญคือถนนลักษณะนี้ไม่มี clear zone หรือว่าพื้นที่ว่างข้างทาง อย่างเช่น ไหล่ทางที่มีแผงกันชน เพื่อไม่ให้รถหลุดออกนอกถนน ฉะนั้นพอหมดพื้นที่ถนน ก็จะเป็นต้นไม้ จุดนี้แหละที่ทำให้เมื่อรถเสียหลักหลุดออกไปจากถนน ก็จะไปชนกับวัตถุอันตรายทันที นั่นก็คือต้นไม้
หลายคนเวลาขับรถมาบนถนนลักษณะนี้ อาจคิดว่ารถไม่มาก ขับเร็วได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด นั่นเป็นเพราะเราไม่รู้วิธีสังเกตว่าถนนแต่ละเส้นถูกออกแบบมาอย่างไร แต่ถ้ามองถนนตามที่เราอธิบายไป จะรู้ว่าถนนทั่วไปแบบนี้อันตรายมากจริงๆ
มาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะมีคำถามว่า แล้วถนนที่จำกัดความเร็วมากกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงล่ะ มีการออกแบบยังไง ทำไมถึงขับเร็วกว่าได้คำตอบอยู่ตรงนี้ค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราขับรถให้พ้นจุดที่น้องอินประสบอุบัติเหตุ คือถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก มุ่งหน้ามาเรื่องๆ เลยบางปะอิน จะเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกตะวันออก ซึ่งก็คือถนนที่เราเรียกกันติดปากว่า "มอเตอร์เวย์" ถนนส่วนนี้ออกแบบไว้ควบคุมความปลอดภัยหลายอย่าง เพราะไม่มีทางกลับรถเลย ไม่มีรถช้ามาวิ่งตัดกระแส และที่พิเศษมากๆ คือ มี clear zone เอาไว้รองรับเวลาเกิดอุบัติเหตุ เช่น ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หักรถลงข้างทาง โอกาสรอดยังมีสูงมาก เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่ข้างถนน
พอจะเห็นภาพกันมั้ยคะ เพราะฉะนั้นการขับรถ เฉพาะการสังเกตถนน สังเกตบริเวณข้างทาง ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง บางครั้งป้ายบอกความเร็วก็ไม่ได้มีมากพอจะย้ำเตือนให้เราชะลอตัวเอง จะให้มานั่งจำว่าถนนเส้นไหนต้องขับด้วยความเร็วเท่าไหร่ก็อาจจะไม่ไหว ฉะนั้นเรียนรู้ที่จะสังเกตการออกแบบถนนไว้ดีกว่า ก่อนที่ความสูญเสียจะเกิดขึ้น และอย่าลืมว่า ขับรถทางไกล บนทางหลวงระหว่างเมือง ขับแค่ 30 ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ต้องเหยียบเป็นร้อย แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจตายได้เหมือนก้น