ได้ร่วมกันคุมตัวนายคมสัน หรือการ์ด โพธิ์งาม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/37 ม.9 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พนักงานแผนกจัดหาคนงานบริษัทแห่งหนึ่งในย่านคลองเตย ผู้ต้องตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 261/2561 ลงวันที่ 6 เมษายน 2561ในคดี วิ่งราวสร้อยคอทองคำจากร้านค้าทองเพชรทองใบ ภายในห้างฯ บิ๊กซี สาขาบางพลี ถ.เทพารักษ์ ม.8 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง เสื้อโปโลคอปกสีเทา ที่สวมใส่ในขณะก่อเหตุ กางเกงสแล็คขายาวสีดำ ที่สวมใส่ในขณะก่อเหตุ รองเท้าแตะสีดำ ยี่ห้อแอโร่ซอฟ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำตาล ทะเบียน คฉบ 746 อุบลราชธานี หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ สีดำ ยี่ห้อ Vision จำนวน 1 ใบ พร้อมตั๋วรับจำนำทองคำ จำนวน 3 ใบ ซึ่งนายคมสัน ฯ ได้นำสร้อยคอทองคำที่ได้จากการวิ่งราวไปจำนำไว้ร้านรับจำนำในเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ที่บริเวณกลางซอยภายในหมู่บ้านยุพาทอง ถนนปู่เจ้าสมิงพลาย หมู่ 9 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้สืบเนื่องเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 2 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำจากร้านค้าทองเพชรทองใบ ภายในห้างฯ บิ๊กซี สาขาบางพลี ถนนเทพารักษ์ หมู่ 8 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายคมสัน หรือการ์ด โพธิ์งาม จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ
ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 เมษายน 2561 จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทราบว่านายคมสัน หรือการ์ด โพธิ์งาม ผู้ต้องหาปรากฏตัวที่ภายในหมู่บ้านยุพาทอง ถนนปู่เจ้าสมิงพลาย หมู่ 9 ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวน นายคมสัน ได้ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริงเนื่องจากติดหนี้พนันบอลอยู่ 7 แสนกว่าบาท ต้องการเงินไปชำระหนี้สิน จึงได้ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวและเมื่อก่อเหตุได้ทรัพย์สินจึงได้นำไปจำนำ และนำเงินมาใช้จ่าย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป