"ทุกสิ่งที่ท่านปั้นไม่มีทางเหมือนพระองค์ พระองค์ยิ่งใหญ่เกินจินตนาการของมนุษย์ที่จะสามารถจับพระองค์ได้ นี่คือพระเจ้า ในฐานะผู้ศรัทธา ผมจะไม่กราบสิ่งใดที่ต่ำเท่าผม หรือต่ำกว่าผม รูปปั้นผลักก็ตกแตกแล้ว มันต่ำกว่าผมและมันไม่มีชีวิต มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ผมจะไหว้ทำไมกับสิ่งที่ไม่มีชีวิต"
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 5 เม.ย.ที่มัสยิดกลางประจำ จ.สงขลา นายวีรชนและนายนภศูล(ตาล) รามบุตร เข้าพบนายอาศีส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา เพื่อขอโทษจุฬาราชมนตรีและพี่น้องชาวพุทธที่ได้ทำให้ไม่สบายใจในคำพูด นายอาศีสกล่าวว่าแสดงความดีใจที่นายวีรชนฯมีการเผยแพร่ศาสนา แต่ไม่ควรไปวิพากศาสนาอื่นโดยไม่รู้จริง เพราะจะนำไปสู่ความแตกแยก และดีใจที่ได้ขอโทษขอโพยในคำพูดไปแล้ว
นายวีรชนกล่าวว่าตนขอโทษและเสียใจมากที่พูดไปกระทบกับศาสนาอื่นโดยไม่มีเจตนาร้าย เพียงแต่ตอบคำถามที่มีคนถามมาเท่านั้น หากมีการติดตามรายการของตน ตนจะยกคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ตลอด และส่วนตัวก็ปฏิบัติตามหลักการของพระพุทธเจ้า
นายวีรชนกล่าวว่าตนไม่มีการแบ่งแยกศาสนา และต่อไปจะพูดเฉพาะศาสนาของตนเองนับถือเท่านั้น จะไม่ขอพูดถึงศาสนาอื่น ไม่พูดถึงความเชื่อของศาสนาอื่นและจะไม่พูดถึงใคร
ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีภาคใต้กล่าวว่าคำสอนของศาสดาศาสนาอิสลามสอนไม่ให้เบียดเบียนศาสนาอื่น พวกเราอยู่ด้วยกันด้วยความปรองดองมาตลอด ไม่ว่าการกล่าววิพากในสิ่งที่เชื่อถือ ตนคิดว่าจะไม่เป็นรอยร้าวและแตกแยกในสังคมของประเทศ ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีในการเผยแพร่ศาสนาไม่ควรวิพากษ์ศาสนาอื่น