เลขาธิการ ป.ป.ท. แถลงเมื่อวานนี้ พาดพิงถึงผู้บริหารระดับสูงของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 3 คน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในส่วนของ ป.ป.ท. ซึ่งทำงานคู่ขนานไปกับการสอบสวนข้อเท็จจริง และสอบสวนทางวินัยร้ายแรงที่ดำเนินการโดยกระทรวง พม.
"ล่าความจริง" ได้ข้อมูลเชิงลึกมาว่า "บิ๊ก พม." คนแรกที่เกี่ยวข้องกับขบวนการงาบเงินคนจน เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของกรม คือ อธิบดี ซึ่งทำหน้าที่ในช่วงที่การทุจริตเกิดขึ้น ไม่ใช่อธิบดีคนปัจจุบัน "บิ๊กคนที่ 2" กับ "คนที่สาม" คือข้าราชการระดับรองอธิบดี ขณะที่เกิดการทุจริตเช่นกัน ซึ่งตามโครงสร้างปกติ รองอธิบดีของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จะมีทั้งหมด 3 คน ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเสีย 2 คน แต่ไม่ใช่รองอธิบดีชุดปัจจุบัน ซึ่งทั้ง 3 บิ๊กนี้ ปัจจุบันขยับมาเป็น "บิ๊กระดับกระทรวง" และบางคนถูกย้ายออกจากตำแหน่งแล้ว
ส่วนอีก 2 คนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกง ตามข้อมูลของ ป.ป.ท. คนแรกยังอยู่ในราชการ เป็นเลขาฯของผู้บริหารระดับบิ๊กชุดแรก กับอีกคนหนึ่ง ออกจากราชการไปแล้ว มีบทบาทรับเงินทอน เงินหัวคิว จากผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ เพื่อส่งเข้ากระเป๋า "บิ๊ก พม." ทั้ง 3 คน
ข้อมูลเชิงลึกที่ล่าความจริงได้รับมา ยังพบว่า "3 บิ๊ก พม." เป็นผู้อนุมัติเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง แล้วส่งคนของตัวเองไปประจำศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ตลอดจนนิคมสร้างตนเองต่างๆ เพื่อปฏิบัติการหักหัวคิว แล้วทอนเงินกลับมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. กำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงให้มากที่สุด
นี่คือปฏิบัติการ "ปล้นกลางแดด" ที่ทำกันเป็นขบวนการ และอาจเรียกได้ว่าเป็นการ "ทุจริตเชิงนโยบาย" ก็ว่าได้ เพราะวางแผนกันตั้งแต่การกำหนดนโยบาย ของบ กระจายงบ ส่งคนของตัวเองไปรอรับงบ เพื่อทุจริต แล้วหักหัวคิวส่งเป็นเงินทอนกลับมาแบ่งกัน