พบโรงเรียน 5 แห่งภาคใต้ ส่อทุจริตกองทุนเสมา
03 เม.ย. 2561 | Pattana_sri

คณะกรรมการตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาในพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้ ทั้งพัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราช
ข่าว
03 เม.ย. 2561 | Pattana_sri

คณะกรรมการตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาในพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้ ทั้งพัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราช
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ คณะกรรมการตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ลงพื้นที่ตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาในพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคใต้ ทั้งพัทลุง สุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราช โดยมีโรงเรียน 5 แห่ง เตรียมเอกสารหลักฐานพร้อมเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ
โดยโรงเรียนทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 จ. นครศรีธรรมราช 2.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 จ.ชุมพร 3.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จ.พัทลุง 4.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ. สุราษฎร์ธานี 5.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ได้รับทุนเสมาตั้งแต่ปี 2551-2561 ทั้งที่ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นงบประมาณที่ภาครัฐตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ภาคเหนือ ป้องกันการถูกตกเขียว
นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาบอกว่า จากการสอบถามโรงเรียนทั้ง 5 แห่งให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันคือ ได้รับเงินล่าช้า บางปีไม่ได้รับเงินเลย ขณะที่บางแห่งไม่รู้ตัวว่าได้รับทุน
เมื่อตรวจสอบลึกลงไปพบว่า นางรจนา สินที ข้าราชการซี 8 กระทรวงศึกษาธิการ มีการจัดทำเอกสารเท็จ ปลอมลายเซ็นปลัดศธ. และรองปลัดศธ.ไว้ล่วงหน้า เพื่อนำไปปลอมแปลงเอกสาร แจ้งไปยังโรงเรียนทั้ง 5 แห่งว่า ได้จ่ายเงินแล้ว ทั้งที่ความจริงโรงเรียนเหล่านี้ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งผิดปกติในขั้นตอนของหนังสือราชการ ที่จะต้องโอนเงินไปยังสถานศึกษาก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือแจ้งตามไป โดยพฤติการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า นางรจนามีการนำเงินของหลวงไปหมุนก่อน แล้วค่อยใช้บัญชีบุคคลอื่นโอนต่อไปยังสถานศึกษา ซึ่งมีตัวกลางเป็นตัวละครใหม่นับ 10 คน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ บอกได้เพียงเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ข้าราชการ
นอกจากนี้ยังพบว่า ชื่อบัญชีรับโอนที่สถานศึกษาแต่ละแห่งตั้งขึ้นมา ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน เช่นบัญชีสวัสดิการโรงเรียน บัญชีชุมชนส่งเสริมการเลือกตั้ง บัญชีรายได้สถานศึกษา ขณะที่บางแห่งเป็นชื่อบัญชีโรงพยาบาล และมีบัญชีที่ปิดไปแล้วด้วย
นางวิลาวัลย์ เศวตวุฒิพงศ์ ตัวแทนวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่า วิทยาลัยได้รับเงินทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 28 ธันวาคม 2554 มีเงินโอนเข้า 120,000 บาท ส่วนครั้งที่ 2 ได้รับวันที่ 22 มิถุนายน 2555 จำนวน 120,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 ครั้ง เป็นการโอนลอยผ่านบัญชีบุคคลเข้ามา ไม่ได้โอนมาจากกระทรวงศึกษาธิการ และขณะนี้ทางวิทยาลัยก็ยังได้รับเงินไม่ครบ เช่นเดียวกับสถานศึกษาอื่นๆ รวม 5 แห่งในพื้นที่ภาคใต้
นายอรรถพล ยังบอกอีกว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางคณะกรรมการฯ จะส่งข้อมูลให้ปปง.ตรวจสอบต่อ และให้สถานศึกษาทั้ง 5 แห่ง กลับไปเช็คว่า เงินที่โอนเข้าบัญชีมาในรูปแบบใด แต่เบื้องต้นพบว่าโอนมาจากบัญชีบุคคล หรือฝากเป็นเงินสด ซึ่งศธ.จะไม่มีทางโอนเงินด้วยวิธีนี้อย่างแน่นอน ส่วนการตรวจสอบทุจริตเงินเสมาทั่วประเทศ ล่าสุดตรวจสอบไปแล้ว 77 แห่ง พบการทุจริตทั้ง 77 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสพฐ. 41 แห่ง โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ 10 แห่ง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 11 แห่ง และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอีก 15 แห่ง เรียกได้ว่าพบการทุจริต 100%